top of page
สุริยะกะลา (ชุด: สุริยุปราคาเต็มดวง ปี2538), พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์

การจะสร้างสุริยะกะลาแบบนี้ได้อีกครั้ง ต้องรอไปถึงปี 2613 โอกาสเดียวในชีวิตสำหรับคนพิเศษ!!

"สุริยะกะลา" เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเจริญรุ่งเรืองใน "ด้านสว่าง" หวังอำนาจวาสนาในทาง "สุจริต" เฉกเช่นพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างที่สุดในเวลากลางวัน เหมาะกับคนใสๆ ใช้ด้านมหาอำนาจ การลงทุน ทำกิจการใหญ่ๆ ออกทัพรับศึก เป็นเดชะ ตบะ แก้การเกิดสิ่งไม่ดีต่างๆจากคราสอาทิตย์
ตำนานพระคาถาสุริยะประภาและจันทรประภา

เกี่ยวกับเครื่องรางของขลังที่เนื่องด้วยพระราหูนั้น จะมีมหายันต์สุริยะประภาและมหายันต์จันทรประภา ยันต์ทั้งสองนี้ กล่าวว่ามีพระฤาษี 2 ตน อยู่ ณ เขายุคนธร ในยุคโบราณท่านทั้งสองสำเร็จพระเวทย์เจนจบทางธรรม ได้ฌานสมาธิชั้นสูงสุด บรรลุถึงไกวัลย์ภูมิ มีจิตเป็นหนึ่งกับพระเป็นเจ้าแล้วอย่างสมบูรณ์ เป็นมหาโยคีผู้ประเสริฐ ทรงไว้ด้วยเมตตาพรหมวิหาร เมื่อท่านส่องดูด้วยญาณหยั่งรู้จากอำนาจฌานสมาบัติ ว่าในอนาคตกาลภายภาคหน้านั้น โลกจะมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวาย คนจะฆ่ากันตายด้วยราคะ โทสะ โมหะ ข้าวยากหมากแพง คนแล้งน้ำใจ มีคนอธรรมมากกว่าคนมีศีลธรรม ด้วยจิตอันมีเมตตากรุณาของมหาโยคีในอดีตนั้น ท่านจึงคิดทำสิ่งหนึ่งอันเป็นที่พึ่งแก่กุลบุตรกุลธิดาที่จะมาเกิดในยุคต่อ ไป ซึ่งต้องผู้ที่มีจิตใจเคารพในพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านจึงอนุเคราะห์ด้วยการผูกผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมหายันต์อันประเสริฐผู้ใดบูชาไว้ย่อมไม่มีอดอยากยากจน แต่บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทองข้าวปลาอาหารและพ้นจากภยันอันตรายในกลียุค ยันต์ดังกล่าวเรียกว่ายันต์สุริยะประภาและยันต์จันทรประภาให้ใช้คู่กันถือ ว่าประเสริฐดีนัก
ประวัติการสร้างสุริยะกะลาปี2538

ต้องย้อนกลับเมื่อปี 2538 "สุริยะกะลา" รุ่นนี้ถือเป็นต้นตำนานปฐมบทแรกแห่งการสร้างเครื่องราง "พลิกดวง" ของพระอาจารย์โอที่พิเศษที่สุดตลอดกาล สร้างจาก "กะลาตาเดียวชุดพิเศษ" ที่ผ่านพิธี "สุริยุปราคาเต็มดวง" ในปี พ.ศ.2538 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นได้ยากมากๆ ในช่วงชีวิตคนๆหนึ่ง อาจจะได้เห็นเพียงครั้งเดียว เพราะตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ได้มีปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาเต็มดวง" เกิดขึ้นในประเทศไทย เพียง 5 ครั้งเท่านั้นเท่าที่เคยมีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

โดยครั้งแรก เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในตอนสายของวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231

ครั้งที่ 2 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2418

ครั้งที่ 3 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2472

ครั้งที่ 4 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2498

ครั้งที่ 5 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2538

โดยกะลาตาเดียว 1 ลูก จะสามารถนำมาเป็นมวลสารในการสร้าง "สุริยะกะลา" ที่ถูกต้องตามตำราแบบนี้ได้เพียง 1 ชิ้นเท่านั้น โดยพระอาจารย์โอได้นำกะลาตาเดียว "ซีกศูนย์" คือซีกที่มีรูน้ำไหล เป็นดั่งซีกของ "พระอาทิตย์" มาทำการลงยันต์ "สุริยะประภา" ในช่วงที่เกิด "สุริยุปราคาเต็มดวง" ของปี พ.ศ.2538 ซึ่งในพิธีครั้งนั้น ด้วยฤกษ์เฉพาะที่มีเวลาจำกัด จึงสร้างสำเร็จเสร็จสิ้นตามฤกษ์ได้เพียง 10 กว่าชิ้นเท่านั้น

พระอาจารย์โอได้มอบ สุริยะกะลา 8 ชิ้นให้แก่ศิษย์ยุคแรกของท่านทั้ง 8 คน จึงเหลืออยู่ที่ท่านเพียงไม่กี่ชิ้น นับเวลาจากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็ล่วงผ่านมากว่า 10 ปี ทั้ง 8 คนก็ยังคงอยู่ดีมีสุข มิเสื่อมคลาย พูดง่ายๆว่า "ดวงดีไม่มีตก" ยังไงอย่างงั้น ส่วนสุริยะกะลาที่เหลืออยู่ก็ได้ผ่านพิธีสำคัญมามากมายนับไปถ้วน ผ่านการปลุกเสกซ้ำเรื่อยมากว่า 20 ปี

สุริยะกะลา(ชุดสุริยุปราคาเต็มดวงปี 2538) Sunlight’s Power Coconut Shell ( 2538)

฿100,000.00価格
  • Sunlight's Power Coconut Shell (Full Solar Eclipse B.E.2538) by Phra Arjarn O, Phetchabun.

    If you miss the chance to get this amulet, you must wait until B.E.2613.!!

    "Sunlight's Power Coconut Shell" is suitable for the person who want to be flourish in "Light Side" or want to have "Truthful Authority" like as the most lightest sunlight of the sun.

    The Legend Of "Suriya Pra Phar" & "Juntara Pra Phar".

    A long long time ago, there are 2 great hermits (Lersi) lived in the Yu Kon Torn mountain named "Suriya Pra Phar Lersi" and "Juntara Pra Phar Lersi". They are expert in Dharma and magic subject. One day they used their mental eyes to see the future. They realized that people in the future will face with trouble, murder, anger and dearth. The amount of bad people on this earth will be more than good people. Therefore, "Suriya Pra Phar Lersi" and "Juntara Pra Phar Lersi" want to help people in the future so, they create the 2 special subjects and Yant called "Suriya Pra Phar" which refers to the power of sunlight & "Juntara Pra Phar" which refers to the power of moonlight. The holy power of these 2 subjects will help the believers to be safe from starvation and danger during the dark age.

     

    The History Of Sunlight's Power Coconut Shell B.E.2538

    Back to B.E.2538, "Sunlight's Power Coconut Shell" is the legendary amulet and the 1st time that Phra Arjarn O made the most special "Supporting Destiny" amulet ever. It was made of special piece of one eye coconut shell that already passed through ceremony on "Full Solar Eclipse" (Total Solar Eclipse) of B.E.2538, one of the most rarest natural phenomenon that in one's lifetime may happen once only. Since the past until now, there are only 5 times of "Full Solar Eclipse" happened in Thailand from the histotical record.

    1st "Full Solar Eclipse" was happened on the period of King Narai the Great during afternoon of 30 April B.E.2231

    2nd "Full Solar Eclipse" was happened on 6 April B.E.2418

    3rd "Full Solar Eclipse" was happened on 9 May B.E.2472

    4th "Full Solar Eclipse" was happened on 20 June B.E.2498

    5th "Full Solar Eclipse" was happened on 24 October B.E.2538

    A one eye coconut can be used to make "Sunlight's Power Coconut Shell" 1 piece only because it must carved from the sun side which "Have A Hole" from one eye coconut shell as the representative of "Sun". Phra Arjarn O wrote Yant named "Suriya Pra Phar" follows the scripture of making Rahu amulet during the time of "Full Solar Eclipse" of B.E.2538. He could make "Sunlight's Power Coconut Shell" about 10-14 pieces due to the condition in limitation of auspicious time.

    Phra Arjarn O gave 8 pieces of "Sunlight's Power Coconut Shell" his 1st generation disciples. Since all of them wear "Sunlight's Power Coconut Shell" until now more than 10 years already, they are still happy in life like as their distiny never be down. The rest of "Sunlight's Power Coconut Shell" already passed through many auspicious ceremonies continuously along 20 years. 

     

    มีมืดก็ย่อมมีสว่างคือธรรมชาติอย่างแท้จริง

    ส่วนเหตุที่พระอาจารย์โอเลือกที่จะสร้าง "สุริยะกะลา" ก็ด้วยเหตุความเชื่อแต่ครั้งโบราณที่ว่า "สุริยะกะลา" จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเจริญรุ่งเรืองใน "ด้านสว่าง" หวังอำนาจวาสนาในทาง "สุจริต" เฉกเช่นพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างที่สุดในเวลากลางวัน ส่วน "จันทรกะลา" จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเจริญรุ่งเรืองใน "ด้านมืด" หวังอำนาจวาสนาในทาง "ทุจริต" เฉกเช่นพระจันทร์ที่ส่องสว่างที่สุดในเวลากลางคืน โดยมากแล้วครูบาอาจารย์ส่วนใหญ่จึงนิยมที่จะสร้าง "สุริยะกะลา" มากกว่าจะสร้าง "จันทรกะลา" แต่อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติก็คือธรรมชาติ ไม่มีใคร "ดี" บริสุทธิ์อย่างแท้จริง หรือ "ชั่ว" บริสุทธิ์อย่างแท้จริง

    Eveything Has Light Side & Dark Side.

    The reason that Phra Arjarn O decided to make "Sunlight's Power Coconut Shell" because there is an ancient belief that "Sunlight's Power Coconut Shell" is suitable for the person who want to be flourish in "Light Side" or want to have "Truthful Authority" like as the most lightest sunlight of the sun. While, "Moonlight's Power Coconut Shell" is suitable for the person who want to be flourish in "Dark Side" or want to have "Dishonest Authority" like as the most lightest moonlight of the moon. However, it is the truth of nature that no one is pure "Good" or pure "Bad".

bottom of page