top of page

ปฐมเหตุแห่งการจัดสร้าง “มีดหมอยามหาเถรตำแย”

ปฐมมูลเหตุในการสร้างมีดหมอชุดนี้มีอยู่ว่า สมัยปี2547ได้มีสตรีท่านหนึ่งเดินทางมาจากจังหวัดกำแพงเพชร มีนามสมมติว่า “นางแย้ม” มีอาชีพรับจ้างทั่วไปมาทำงานอยู่แถวระแวกวัด สมบัติที่มีติดตัวมาคือที่นอนหมอนมุ้งหม้อหุงข้าวใส่ไว้ในกระสอบปุ๋ยหนึ่งใบ ด้วยบุญพาวาสนาส่งจึงได้พบกับพระอาจารย์โอ เมื่อนางแย้มเห็นพระอาจารย์โอ ก็ได้ขอให้พระอาจารย์โอช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยที่เธอเป็นอยู่ เพราะไม่ว่าจะไปหาหมอที่ไหนที่ว่าเก่งก็ไม่มีหมอคนไหนสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของเธอได้ ทั้งหมอทางการแพทย์ก็ดี หมอธรรมก็ดี ไม่ใครเลยที่จะช่วยเธอได้ พระอาจารย์โอจึงสอบถามถึงต้นสายปลายเหตุว่าไปทำอะไรมาถึงป่วยเช่นนี้ นางแย้มจึงได้เล่าให้พระอาจารย์โอฟังว่า “เดิมทีฉันเป็นคนมีอันจะกินค่อนข้างมีฐานะ มีทรัพย์สมบัติพอสมควร มีคนแนะนำว่าหมอดูคนหนึ่งเก่งเป็นร่างทรงด้วย ฉันก็เลยไปดูหมอตามประสาคนชอบดูดวง เมื่อพบหมอดูคนดังกล่าวก็คุยกันปกติ แล้วอยู่ๆหมอดูก็ได้นำน้ำมันหรือสีผึ้งซักอย่างหนึ่งมาแตะที่หน้าผาก ก่อนหมอดูจะเอาอะไรก็ไม่รู้มาถูในฝ่ามือซักพักแล้วก็ตบมาที่หน้าผากฉัน หลังจากวันนั้นมาฉันก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ที่หน้าผากของฉันแทบจะตลอดเวลา แล้วสุขภาพร่างกายของฉันก็แย่ลง ป่วยๆ หายๆ เป็นอยู่อย่างนี้ตลอด จะไปหาหมอรักษาที่ไหนก็ไม่หาย ก็เลยลองไปให้หมอดูคนเดิมรักษาให้ ก็ปรากฏว่าหมอดูสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยให้หายไปได้ แต่ไม่นานนักอาการเจ็บป่วยก็จะเกิดขึ้นอีก ฉันไปรักษาแต่ละครั้งก็เสียเงินไม่ใช่น้อย แต่ช่วยไม่ได้เพราะถ้าไม่ไปรักษาจะเจ็บปวดทรมานมาก ฉันไปรักษากับหมอดูคนนั้นเป็นเวลาหลายปี สุขภาพก็ทรุดโทรมทั้งทรัพย์สินเงินทองที่มีก็เริ่มร่อยหรอไปจนต้องขายบ้านและไปเช่าบ้านอยู่แทน เพื่อนำเงินไปให้หมอดูรักษา ฉันถึงต้องรอนแรมรับจ้างทั่วไปเพื่อหาเงินประทังชีพอยู่อย่างนี้ จะได้หาเงินพอจะไปให้หมอดูรักษาต่อ”

เมื่อพระอาจารย์โอได้ฟังดังนั้นแล้วพิจารณาดูก็ทราบว่านางแย้มโดนของไม่ดีกระทำมาค่อนข้างหนัก พระอาจารย์โอก็ได้ใช้สรรพวิชาต่างๆที่ร่ำเรียนมาเพื่อรักษานางแย้มอยู่เป็นระยะเวลา 3 วัน แม้กระนั้นอาการเจ็บป่วยของนางแย้มก็ไม่หาย เพียงแต่ทุเลาลงเท่านั้น พระอาจารย์โอครุ่นคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดีหนอถึงจะรักษานางแย้มได้ ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นได้สะสมมีดหมอของพ่อแม่ครูบาอาจารย์อยู่หลายเล่ม พระอาจารย์โอจึงได้อาราธนานำด้ามจับของมีดหมอหลายๆเล่มมาฝนแล้วผสมกับน้ำทำเป็นน้ำมนต์ให้นางแย้มดื่มกิน พอนางแย้มได้ดื่มน้ำมนต์เข้าปากเท่านั้นก็ออกอาการทุรนทุรายเจ็บปวดทรมานมากคล้ายคนไม่ได้สติ พอนางแย้มก็ได้สติก็ดูเหมือนว่ามีอาการดีขึ้น แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่วันนางแย้มก็กลับมาหาพระอาจารย์โออีก เพราะอาการเจ็บป่วยได้กำเริบขึ้นมาอีกเหมือนเคย

เมื่อเป็นเช่นนั้นพระอาจารย์โอจึงได้นำมีดหมอเล่มหนึ่ง ไม่ทราบว่าเกจิอาจารย์ท่านใดสร้างไว้ พระอาจารย์จะเก็บไว้ในที่เฉพาะและจะไม่ค่อยนำออกมาใช้บ่อยนัก เหตุเพราะว่าเมื่อไหร่ที่พระอาจารย์โอชักมีดออกจากฝัก จะเกิดเสียงดัง “ตึ้ง ตึ้ง” ทุกครั้ง นอกจากนี้ลวดลายบนใบมีดก็ความวิจิตรพิสดารผิดแปลกจากมีดหมอทั่วไป กล่าวคือโดยปกติแล้วมีดหมอส่วนใหญ่จะมีลวดลายอักขระเลขยันต์อยู่บนใบมีด แต่สำหรับมีดหมอเล่มนี้นั้น รูปที่ปรากฏอยู่บนใบมีดทั้งสองด้านกลับเป็น“เพชรพญาธร”

พระอาจารย์โอจึงตัดสินใจลองเอามีดหมอเพชรพญาธรนั้นมารักษานางแย้มดู ปรากฏว่าพอนำปลายมีดจี้ไปตรงจุดไหนก็ตามที่นางแย้มรู้สึกเจ็บปวดอยู่ อาการเจ็บปวดที่เป็นอยู่ก็จะเบาลงทันที พระอาจารย์โอจึงได้นำมีดหมอเพชรพญาธรจุ่มลงไปในถังน้ำแล้วเสกเป็นน้ำมนต์ ก่อนจะนำน้ำมนต์ในถังเทลงไปในโอ่ง แล้วก็ให้นางแย้มลงไปนั่งแช่ในโอ่ง พอนางแย้มแช่ไปไม่นานนักก็มีสสารสีดำคล้ายหมึกละลายออกมาจากตัวนางแย้ม หลังจากนั้นอาการเจ็บป่วยของนางแย้มที่หายสนิท นางแย้มก็ซาบซึ้งดีใจมากและกราบขอบพระคุณพระอาจารย์โอที่ช่วยให้เธอได้เสมือนเกิดใหม่อีกครั้ง ก่อนจะลากลับ นางแย้มจึงได้ขอน้ำมนต์ที่เหลือกลับไปดื่มกินที่บ้านต่อด้วย

เวลาผ่านไปนานหลายเดือน นางแย้มได้กลับมาหาพระอาจารย์โออีกครั้ง และได้เล่าให้พระอาจารย์โอฟังว่า “หลังจากที่พระอาจารย์ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน ฉันก็เดินทางกลับบ้านเกิดที่กำแพงเพชร แล้วก็เอาน้ำมนต์ที่เหลืออยู่มาประพรมรอบบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล พอวันหนึ่งหมอดูคนนั้นได้มาหาที่บ้าน คงเพราะฉันไม่ได้ไปให้รักษานานแล้วมั้ง แต่ที่แปลกคือหมอดูคนนั้นเข้าใกล้บ้านฉันไม่ได้นะสิ ได้แต่ยืนอยู่นอกบริเวณที่ฉันเอาน้ำมนต์ของพระอาจารย์พรมไว้ ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกนะ แต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน ก็ได้ข่าวว่าหมอดูคนนั้นก็ล้มป่วยและย้ายไปอยู่ที่อื่นแทนแล้ว”

ด้วยเหตุนี้เองพระอาจารย์โอจึงประทับใจมีดหมอเพชรพญาธรเล่มนั้นมาก จึงจัดสร้าง “มีดหมอยามหาเถรตำแย” ออกมาให้ผู้ศรัทธาได้นำไปใช้กัน เพื่อเป็นการเผยแพร่เกียรติคุณของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ให้เลื่องลือสืบไป

‼ทำไม “เพชรพญาธร” ถึงปรากฏอยู่บนมีดหมอได้‼

ด้วยความสงสัยบวกกับความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของพระอาจารย์โอ จึงทำให้พระอาจารย์สอบถามกับพ่อแม่ครูบาอาจารย์ว่าเพราะเหตุใดเพชรพญาธรถึงมาปรากฏอยู่บนใบมีดหมอได้ ก็ได้ความว่า รูปลักษณ์ของเพชรพญาธรหรือปลัดขิกที่แสดงถึงอวัยวะเพศชายนั้น เป็นหนึ่งในวิชาของพระเวทย์ดึกดำบรรพ์ซึ่งว่ากันว่ามีมาก่อนจะมีพระศาสนาเกิดขึ้นมาเสียอีก ในสมัยนั้นผู้คนจะสื่อสารกันด้วยคำบ้านๆที่ถือว่าเป็นคำหยาบๆในสมัยนี้ ตัวอย่างพระเวทย์ดึกดำบรรพ์บทหนึ่ง มีบทคาถาว่า“โอมน้ำหลากไหลแดงมาปังๆ (อวัยวะเพศชาย)ถั่ง(อวัยวะเพศหญิง) แตดอัด แตดอัด” เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ครูบาอาจารย์รุ่นก่อนๆจะเรียกว่าครูในสายวิชานี้ว่า “ครูปู่ครูย่า” คือถ้ากล่าวพาดพิงถึงอวัยวะเพศชาย ก็หมายถึง “ครูปู่” แต่ถ้ากล่าวถึงอวัยวะเพศหญิง ก็หมายถึง “ครูย่า” โดยส่วนมากเกจิอาจารย์ยุคโบราณล้วนแล้วแต่มีคาถาอาคมในสายวิชาครูปู่ครูย่าแทบทั้งนั้น แต่จะเลี่ยงไม่ใช้กันเพราะสังคมสมัยนี้มองว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นคำหยาบคาย หากใครได้ยินก็อาจจะสบประมาทปรามาสครูได้โดยไม่ตั้งใจ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อถึงคราวคับขัน เจอสถานการณ์แบบฟางเส้นสุดท้ายแล้ว เกจิอาจารย์แต่ละท่านต่างก็รอดพ้นจากวิกฤตด้วยวิชาครูปู่ครูย่าแทบทั้งสิ้น

ซึ่งเหตุการณ์คับขันแบบนี้พระอาจารย์โอก็เคยประสบพบเจอด้วยตัวท่านเอง สมัยที่ยังออกจารีกธุดงค์อยู่ พระอาจารย์โอได้เมตตาเล่าให้ฟังดังนี้ 

"ตอนที่ฉันยังเดินธุดงค์อยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร ได้เดินทางไปเรื่อยๆจนถึงเนินมะปราง จ.พิษณุโลก ก็ได้พบกับกลุ่มชาวบ้านในระแวกนั้นระหว่างทาง พอชาวบ้านเห็นฉันก็เข้ามาถามว่าพระอาจารย์จะไปไหนหรือ ฉันก็บอกว่าจะขึ้นไปบนภูโน้นหนะ ชาวบ้านก็พากันมองหน้ากันแล้วบอกว่า “ภูนี้มันแฮงนัก พระอาจารย์เอาของดีติดตัวไปนะ” พอพูดเสร็จชาวบ้านคนหนึ่งก็ฟันกิ่งไม้ข้างทาง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นไม้กระถิน แล้วก็นำมาเหลาแบบหยาบๆ พอมองดูออกว่าคงตั้งใจเหลาให้เป็นรูปปลัดขิก พอเหลาเสร็จชาวบ้านก็ยื่นมาให้ฉันแล้วบอกว่า “พระอาจารย์อย่าลืมเอาไม้อันนีวางไว้ข้างหัวนอนนะ” ฉันก็รับไว้ตามมารยาท ตอนนั้นฉันก็แอบคิดในใจเหมือนกันว่า “มันจะใช่หรือ ทำไมมันง่ายแท้ เสกก็ไม่ได้เสกแล้วมันจะขลังได้อย่างไร” พอฉันเดินทางไปถึงภูดังกล่าว ก็ได้ปักกรดแล้วก็เจริญสมาธิภาวนาตามปกติ ช่วงหัวค่ำก็ไม่มีอะไรหรอก แต่พอถึงกลางดึกเวลาซักตีสองหนะสิ ตอนนั้นฉันก็นอนอยู่ มันมีเสียงแว่วมาว่า “เอามันมั้ยๆ มันมาคนเดียว ไอ้หัวโล้นมันมาคนเดียว เอามันมั้ยๆ” แล้วก็มีเสียงจากอีกคนตอบไปว่า “ไม่น่าจะปล่อยให้มันรอดนะ มันมาครั้งแรกก็ให้มันฝังที่นี่ละกัน” หลังจากนั้นสักครู่หนึ่งก็มีเสียงพูดกันว่า “กูเข้าไปแล้ว มันเป็นคนกตัญญูนะ มันเอาคุณพ่อวางไว้เหนือหัวมันหนา หัวนอนมันมีคุณพ่ออยู่ คุณพ่อคุ้มหัวมัน กูทำอะไรไม่ได้หรอก ถ้ากูทำไม่ได้ มึงก็คงทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน กินมันไม่ได้ ห่าเนี่ย” พอฉันกำหนดจิตพิจารณาตามดูว่าเสียงสนทนานั้นมาจากใคร ก็ทราบว่าเป็นพวกเทวดามิจฉาทิฏฐิ พวกนี้ไม่ใช่ผีจึงไม่กลัววัตถุมงคลพวกตะกรุด สายสิญจน์ บางตนสวดคาถาตามเราได้ก็มี เทวดามิจฉาทิฏฐิพวกนี้จะเกรงกลัวบารมีครูปู่ครูย่ามาก สรุปคืนนั้นฉันเลยรอดตายมาได้ก็ด้วยบารมีของคู่ปู่ครูย่าที่อยู่ในย่ามที่ฉันใช้นอนหนุนหัวเนี่ยแหละ"

พวกบรรดาพรานป่าส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีเวลาไปวัด หรือหาวัตถุมงคลอะไรพกติดตัว พอว่างก็เข้าป่าเขาลำเนาไพรหาพืชผักสัตว์ป่าเลี้ยงชีพ ถึงแม้พวกพรานป่าจะไม่มีคาถาเวทย์มนตร์อะไร แต่เขาอาศัยใจเชื่อเป็นหลัก เวลาพวกพรานป่าไปนอนที่ไหนก็ตาม พวกเขาจะนำไม้มาเหลาเป็นปลัดขิกแล้ววางไว้ข้างหัวนอนเสมอ เป็นเสมือนการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาระลึกนึงถึงครูปู่ครูย่า พวกผีป่า ผีโป่ง ผีมเหศักดิ์ รุกขเทวดา และพวกเทวดามิจฉาทิฎฐิจะทำอันตรายไม่ได้เลย

มีดหมอยามหาเถรตำแยเล่มใหญ่ PhetphayatornMagicalKnife BigSize

฿5,600.00가격
  • ที่มาของชื่อ "มีดหมอยามหาเถรตำแย"

    ชื่อ “มีดหมอมหาเถรตำแย” มาจากว่าพระอาจารย์โอได้ตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ คือ "ท่านมหาเถรตำแย" ผู้เป็นปรมาจารย์ของ บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ท่านมหาเถรตำแยได้รจนามนต์ที่ใช้ในการปรุงน้ำมนต์ขึ้นมาบทหนึ่งชื่อว่า “โองการมหาเถรตำแย” ซึ่งขึ้นชื่อมากว่าเป็นมนต์ดึกดำบรรพ์อันทรงฤทธิ์ในการปรุงน้ำมนต์แก้คุณไสย์คุณคน แก้โรคภัยไข้เจ็บ

    มีดหมอยามหาเถรตำแยชุดนี้พระอาจารย์โอได้สร้างไว้นานแล้วและปลุกเสกเรื่อยมาพร้อมกับมีดหมอประเภทอื่นๆ สมัยก่อนพระอาจารย์จะเสกมีดหมอหลายๆรุ่นด้วยพระเวทย์ดึกดำบรรพ์จากสายวิชาครูปู่ครูย่า โดยจะไม่ลงยันต์รูป “ครูปู่” ไว้ให้เห็นกันชัดเจนแบบนี้ ส่วนใหญ่จะมีใช้กันเฉพาะในหมู่ลูกศิษย์เท่านั้น คนที่นำไปใช้ต่างก็เกิดประสบการณ์กันมากมาย

    เมื่อเดือนกันยายน 2559 ได้มีพิธีบวงสรวงองค์สมเด็จพุทธะมีเงิน พระอาจารย์โอท่านเห็นว่าองค์พระ, ท้าวจตุโลกบาลและเทพไท้เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทรงเสด็จมาในพิธีกันมากมาย พระอาจารย์โอจึงขอบารมีท่านทั้งหลายเหล่านั้น ช่วยประสิทธิ์ประสาทมีดหมอมหาเถรตำแยและเทพศาสตราต่างๆให้มีความเข้มขลังทรงอานุภาพอย่างที่สุด นอกจากนี้พระอาจารย์โอยังได้อาราธนาพญายมราช ให้ช่วยประสิทธิ์มีดหมอมหาเถรตำแยและเทพศาสตราต่างๆในพิธี ให้เป็น “มหาชาตรี“ เป็นพิเศษอีกด้วย

    ‼‼องค์ประกอบต่างๆของ “มีดหมอมหาเถรตำแย” จะสุดยอดแค่ไหนมาศึกษาพร้อมกัน‼‼

    =[ใบมีด]=

    -ถูกหล่อหลอมรีดตีจากของพิเศษสุดจะบรรยาย อาทิเช่น บาตรของพระอาจารย์โอ, ตะปูสัมริดโบราณ, ตะปูตอกโลงศพ,ขวานฟ้า, และศาสตราวุธในสายวิชาธนุรเวท

    บนใบมีดทั้งสองด้านจะมีรูปเพชรพญาธรอยู่ ฝั่งหนึ่งเพชรพญาธรจะหันหัวออก เพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายต่างๆให้พินาศไป ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเพชรพญาธรจะหันหัวเข้า เพื่อนำความสวัสดีโสภิณมงคลทั้งหลายให้หลั่งไหลเข้ามาสู่เจ้าของ

     อักขระบนใบมีดลงด้วยหัวใจพระเจ้าโองการและพระคาถานิพพานสูตร ทั้ง8บท ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ถึงเคล็ดวิชาของพระคาถานี้ เพราะส่วนใหญ่จะคิดว่ามีแค่4บท เนื่องจากบทที่5ถึงบทที่8นั้นเป็นบทที่ถูกปิดบังซ่อนเร้นไว้ เหตุที่พระคาถานิพพานสูตรมี8บทก็มีนัยยะหมายถึง “อริยมรรคมีองค์8” คือพระนิพพานอันเป็นที่บรมสุขหาที่เปรียบมิได้นั่นเอง เป็นพระคาถาที่ภูติผีให้ความยำเกรงมาก

    =[ด้ามและฝัก]=

    -ด้ามและฝักทำจากไม้มุจลินทร์หรือไม้จิก ซึ่งเป็นไม้เสาโบสถ์เก่าอายุร่วม200 ปี ผ่านพิธีกรรมมามากมายรวมถึงพิธีพุทธาภิเษกนับไม่ถ้วนทั้งพิธีสมัยสงครามโลกครั้งที่1และ2รวมทั้งพิธีปี2500นับเป็นของศักดิ์สิทธิ์ในตัวค้ำชูพระศาสนาค้ำชูโบสถ์มาร่วม 200ปี ผ่านการทำผาติกรรมมาอย่างถูกต้อง

    ต้นจิกหรือมุจลินทร์ถือเป็นไม้มงคลที่แม้แต่ในพุทธประวัติก็มีการกล่าวถึงดังนี้ “หลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้ใหม่ๆ ทรงประทับอยู่ใต้ต้นนิโครธ 7 วัน แล้วเสด็จไปประทับใต้ต้นจิกอีก 7 วัน ในขณะที่ประทับใต้ต้นจิกนี้ ได้มีฝนตกอยู่ไม่ขาดสาย อากาศหนาวจัดมาก มีพญานาคชื่อ "พญามุจลินทร์" เห็นพระพุทธองค์แล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธา เกรงว่าพระพุทธองค์จะลำบากและทรมาน จึงทำขดล้อมพระวรกายของพระพุทธเจ้าไว้ 7 รอบ และแผ่พังพานปกคลุมพระเศียร ดูคล้ายเป็นเศวตฉัตรช่วยกันฝนและช่วยให้บริเวณนั้นอบอุ่นขึ้น”

    ด้ามมีดอุดด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมากมายที่พระอาจารย์โอใช้เวลาทำและเก็บสะสมมาทั้งชีวิตก็ว่าได้อาทิเช่น ผงมหาปราบ, ผงมหาถอน, ผง 72 กัน ของหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ, ผงมหากันดำ ขาว เหลือง ของหลวงพ่อคง บางกะพ้อม, ผงมหากันใหญ่ของหลวงปู่ทิม, ผงมหากันคุณ12ภาษา, ผงวิเศษต่างๆอีกมากมายที่มีคุณทางด้านกันคุณไสยภูติผีปีศาจ และตะกรุดประจุขาด1ดอก

    มาดูกันว่ามีดหมอมหาเถรตำแยของพระอาจารย์โอจะมีอานุภาพทำอะไรได้บ้างตามข้อดังต่อไปนี้

    1.มีดหมอยามหาเถรตำแยสามารถป้องกันคุณไสย กันคุณกันของ ภูติผีปีศาจ เทวดามิจฉาทิฏฐิ ลมเพลมพัด เป็นมหาอำนาจ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดและชาตรี อริศัตรูที่หวังปองร้ายจะแพ้ภัยตนเอง

    2.มีดหมอยามหาเถรตำแยสามารถนำมาอาราธนาทำน้ำมนต์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อใช้ในการอาบล้างชำระเสนียดจัญไรและสิ่งอัปมงคลออกจากตัว โดยใช้ปลายมีดจุ่มลงในน้ำก่อนเสกด้วยพระคาถาของมีดหมอยามหาเถรตำแย

    3.มีดหมอยามหาเถรตำแยสามารถขับไล่และป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษทั้งหลาย รวมไปถึงสัตว์ที่มีเขี้ยวงาได้ หากเดินทางไปในที่ต่างถิ่นหรือป่าเขาลำเนาไพร ให้อาราธนาพระคาถาของมีดหมอมหาเถรตำแยและทำการขอขมาพระแม่ธรณีก่อนใช้ปลายมีดขีดบริเวณรอบที่พักอาศัย เหล่าสัตว์ร้ายและสิ่งที่มองไม่เห็นจะไม่สามารถทำอันตรายได้เลย

    4.มีดหมอยามหาเถรตำแยสามารถช่วยป้องกันบ้านเรือนเคหะสถานให้ปลอดภัยรอดพ้นจากภูติผีปีศาจ,โจรขโมยผู้ร้ายและอัคคีภัยได้ เช่นหากจะมีภัยมาถึงตัว จะรู้สึกตัวก่อนเป็นต้น โดยให้อาราธนาพระคาถาของมีดหมอมหาเถรตำแยก่อนหงายใบมีดที่เป็นรูปเพชรพญาธรหันหัวพุ่งออกทางปลายมีดขึ้น และชักมีดออกมาจากฝักเพียงเล็กน้อย

    5.มีดหมอยามหาเถรตำแยสามารถช่วยดึงดูดโชคลาภเงินทอง,ผู้คนลูกค้าและสิริมงคลมาสู่ร้านค้าเคหะสถานได้ โดยให้อาราธนาพระคาถาของมีดมหมอมหาเถรตำแยก่อนหงายใบมีดที่เป็นรูปเพชรพญาธรหันหัวเข้าหาด้ามมีดขึ้น และชักมีดออกจากฝักเพียงเล็กน้อย โดยวางในที่สมควรและให้ปลายมีดชี้ออกหน้าบ้าน

bottom of page