ตะกรุดปักกระถางธูป, Incense Burner Takrud.


#ตะกรุดปักกระถางธูป, อาจารย์ณัฐธัญ มณีรัตน์ (อ.เจค), บ้านไมตรียานุสรณ์

มีคุณานุภาพสุดฉมังในทางป้องกันภูติผีปีศาจ วิญญาณร้าย อาถรรพ์ อมุษย์ คุณไสย มนต์ดำ และมวลพลังงานอันไม่พึงประสงค์ในสถานที่นั้นๆ เป็นของสำคัญดั่งยาสามัญประจำบ้านที่จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว ถือเป็นอุปกรณ์ทางเวทมนตร์ที่เกจิอาจารย์พึงมี เฉกเช่นเดียวกับมีดหมอเป็นต้น


ใช้ปักในกระถางธูปอันเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ พลังงาน ความเชื่อ ความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดหรือสิ่งใดมาทำอันตรายผู้คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่นั้นได้ โดยกลิ่นธูปเกลียวควันที่กระจายล่องลอยออกไป ย่อมขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆให้อันตรธาน เมื่อควันธูปจางหายไป พลังงานลบทั้งหลายก็มลายไปพร้อมกัน นอกจากนี้ผู้บูชายังสามารถนำตะกรุดมาอาราธนาทำน้ำมนต์ในการประกอบพิธีมงคลตามปรารถนา


ผู้ใดมีไว้บูชาประดุจมีพญาราชสีห์บันลือสีหนาท คร้ามคำรามควันไฟอันศักดิ์สิทธิ์ พิฆาตทุกสิ่งที่คิดเป็นศัตรู ด้วยพุทธคุณแห่ง "ยันต์ตรีนิสิงเห" ทั้งยังได้รับการปกปักษ์รักษาให้อยู่รอดปลอดภัย ร่มเย็นเป็นสุข ดุจลูกรักของแม่ ด้วยอานุภาพแห่ง "ยันต์พระแม่ธรณีบีบมวยผม"


เนื่องด้วย2พระยันต์นี้เป็นยันต์ขนาดใหญ่ จึงไม่สะดวกในการทำเป็นตะกรุดสำหรับพกพา ทั้งพุทธคุณของพระยันต์ทั้งสองก็เหมาะแก่การบูชาไว้ภายในบ้านเรือนเคหสถานเป็นอย่างมาก อาจารย์เจคท่านจึงนำพระยันต์ทั้ง2มาผนวกอานุภาพประสานอิทธิคุณเพื่อลงเป็นตะกรุดปักกระถางธูป


นอกจากนี้อาจารย์เจคท่านยังมีดำริว่า ยันต์ตรีนิสิงเหถือเป็นเลขยันต์สำคัญประจำบ้านเรือนสมัยก่อน โดยเฉพาะบ้านทรงไทยจะนิยมนำผ้าหรือแผ่นตะกรุดที่ลงยันต์ตรีนิสิงเหไปติดไว้ตามเสาเรือน เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ในปัจจุบันนี้รูปแบบของบ้านเรือนก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ท่านจึงนำยันต์ตรีนิสิงเห มาทำเป็นตะกรุดปักกระถางธูปแทน ซึ่งดูเหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนยุคนี้มากกว่า


แผ่นตะกรุดทำจากตะกั่ว โดยอาจารย์เจคให้เหตุผลว่า ตะกั่วเป็นโลหะธาตุที่อ่อนนุ่ม เวลาจารเลขยันต์บนตะกั่วจึงมีความลื่นไหลไม่สะดุด ส่งผลให้สมาธิจิตมีความมั่นคงต่อเนื่องไหลไปตามกระแสแห่งองค์ภาวนา นอกจากนี้ตะกั่วถือเป็นหนึ่งในธาตุที่ซัมซับพระเวทย์พระคาถาได้ดีที่สุด ไม่ด้อยไปกว่าทองคำเลย โบราณจารย์จึงนิยมใช้ตะกั่วเป็นมวลสารสำหรับการสร้างตะกรุดและวัตถุมงคล สืบมาจนถึงปัจจุบัน


ด้านนึงลงด้วย "#ยันต์ตรีนิสิงเห" (ตำรับอาจารย์อ็อด สนั่นทุ่ง)

เมื่อกล่าวถึงวิชา "ตรีนิสิงเห" ชื่อนี้หลายคนคงคุ้นหู แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็ยังคงมีความสงสัย ว่าจริงๆตรีนิสิงเหเป็นวิชาที่เกี่ยวกับอะไร ให้คุณทางไหนกันแน่ ซึ่งตรงนี้อาจารย์เจคท่านจึงได้เมตตาหยิบยกมาอธิบายขยายความให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้


"ในบรรดาสิ่งมีชีวิตสัตว์ป่าทั้งหลายในพงไพร ราชสีห์ถือเป็นราชาแห่งสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งมวล ในพุทธศาสนาก็มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือพระรัตนตรัย ที่ถือเป็นราชาในไตรโลก ไม่ว่าจะมีสรรพสัตว์ใดอุบัติใน3โลกนี้ 3สิ่งนี้ก็ถือเป็นราชาสูงสุด อานุภาพของพระรัตนตรัยจึงเปรียบประดุจได้กับ พญาราชสีห์บันลือสีหนาท อันสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนต้องยอมจำนนด้วยความเคารพยำเกรง


ตรีนิสิงเหจึงเป็นวิชาที่ว่าด้วยการพึ่งพระบารมีอานุภาพแห่งพระพุทธองค์ ผู้ทรงบรรลือสีหนาท ตรัสพระวาจาด้วยท่าทีองอาจดังพญาราชสีห์ เพื่อเทศนาโปรดสัตว์ให้เห็นหนทางดับทุกข์ ดังนั้นต่อให้สิ่งชั่วร้ายอมุษย์ทั้งหลาย จนไปถึงแม้แต่เทพยุดาองค์ใด มีประสงค์ให้โทษแก่บุคคลที่ได้รับการคุ้มครองจากเลขยันต์คาถากลศาสตร์แห่งวิชาตรีนิสิงเหนี้


พลังงานลบจากสิ่งเหล่านั้นก็ย่อมให้โทษอะไรแก่เขาไม่ได้ เพราะถือว่าบุคคลผู้นั้นได้ถือพระพุทธคุณ พระธรรมมคุณ พระสังฆคุณ เป็นที่ตั้ง ที่ระลึก ที่สูงสุด ได้ถือพระรัตนตรัยไว้เป็นหลักชัยในใจ ยกไว้เป็นแก่นแท้ในมโนความคิด จากการบันลือสีหนาทเทศนาของพระพุทธองค์


ดังนั้นบุคคลผู้นั้นก็ย่อมจักพ้นภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวงไปได้ ประดุจว่าได้รับความคุ้มครองจากสุรเสียงคร้ามคำรามแห่งพญาราชสีห์ที่บรรลือสีหนาทก้องไปในไตรโลก สิ่งใดที่จะมาทำร้ายให้โทษแก่เราก็ย่อมล่าถอยมลายสิ้นไป"


ตรีนิสิงเหสูตรนี้ อาจารย์เจคท่านได้แลกเปลี่ยนความรู้กันกับท่าน "อาจารย์ประคอง รุ่นเจริญ" อาจารย์เจคท่านว่าท่านชอบสูตรนี้เป็นพิเศษเพราะมีอุปเท่ห์ "วิจิตรพิสดาร” อาจารย์ประคองท่านว่า ท่านเรียนมาจากท่าน "อาจารย์อ็อด สนั่นทุ่ง" จ้าวตำนานสักเสร็จยิงซ้ำ และสีผึ้ง7ร้านมหาเสน่ห์อันลือลั่น ถือเป็นอาจารย์ใหญ่ที่อาจารย์ประคองให้เคารพนับถือมาก


อาจารย์ประคองเห็นว่าอาจารย์เจคชอบลบผงตรีนิสิงเหเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ก็เลยมอบวิชานี้ให้อาจารย์เจคไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งพออาจารย์เจคได้เรียนแล้วนำมาใช้จริงด้วยการระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ได้เมตตา ก็เห็นผลได้ยลประสบการณ์กันมานักต่อนัก จากการที่อาจารย์เจคท่านนำมาใช้ช่วยลูกศิษย์ลูกหาผู้ศรัทธา แล้วพวกเขาเหล่านั้นได้กลับมาเล่าให้อาจารย์เจคฟัง


หนึ่งในอุปเท่ห์พิเศษของตรีนิสิงเหสูตรนี้ คือมีอานุภาพทางด้านเสริมสร้างความร่มเย็นและป้องกันอัคคีภัยไปในตัวด้วย เส้นสายของลายยันต์ตรีนิสิงเหสูตรนี้จึงดูลื่นไหลคล้ายกับกระแสน้ำ โดยถือนัยยะว่า พระคุณของพระพุทธเจ้านั้น สามารถดับซึ่งเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลสให้มอดลงได้


ดั่งที่พระพุทธองค์ ทรงเปรียบกิเลสไว้ว่า ไฟคือราคะ ติดใจ กระสันอยาก (ราคัคคิ), ไฟคือโทสะ ความขัดเคืองใจ ความไม่พอใจ คิดประทุษร้าย (โทสัคคิ), ไฟคือโมหะ ความหลง ไม่รู้ ไม่เข้าใจในสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็นจริง (โมหัคคิ) ดังนั้นเมื่อพระคุณของพระพุทธเจ้าสามารถดับเพลิงอันละเอียดที่เกิดจากใจเหล่านั้นได้ ก็ย่อมสามารถดับเพลิงจากอัคคีภัยซึ่งเป็นเพลิงอันหยาบได้เช่นกัน


นอกจากนี้ท่านอาจารย์เจคยังได้ล้อมยันต์ตรีนิสิงเหด้วย "คาถาพระเจ้า 16 พระองค์" มีอานุภาพครอบจักรวาล ฝอยท่วมหลังช้างก็ไม่หมด ใช้ได้สารพัด โบราณกล่าวไว้ว่า พระอาจารย์เจ้าให้เป็นทานแก่สมณชีพราหมณ์กุลบุตร พระคาถานี้ท่านเรียกว่า ธัมมะราชา จัดเป็นใหญ่กว่าคาถาทั้งปวง ผู้ใดได้ภาวนา ได้อานิสงค์มาก ปราศจากภัยพิบัติฯ


ส่วนอีกด้านลงด้วย "#ยันต์พระแม่ธรณีบีบมวยผม"

เนื่องด้วยกระถางธูปเป็นภาชนะที่มีดินทรายหรือข้าวสารบรรจุไว้ภายใน จึงถือว่าเป็นพลังของธาตุดิน อาจารย์เจคท่านจึงเห็นว่าคงเป็นการดีหากขอบารมีแห่งพระแม่ธรณีมาเป็นที่พึ่ง ท่านจึงนำ "ยันต์พระแม่ธรณีบีบมวยผม" มาจารไว้บนตะกรุดปักกระถางธูปนี้ด้วย


เป็นพระยันต์ที่อ้างถึงพระคุณของพระแม่ธรณี ผู้ทรงเป็นเทพีแห่งผืนแผ่นดิน สรรพชีวิตทั้งมวลที่อยู่บนแผ่นดินนี้ก็เป็นเสมือนลูกของท่าน หากผู้ใดระลึกนึกถึงพระคุณของพระแม่ธรณี ท่านก็ย่อมให้การปกป้องดูแลคุ้มครอง ให้ความสงบสุขและร่มเย็น ดั่งมารดารักษาบุตรธิดา เพราะความรักของแม่ที่มาต่อลูกนั้นคือรักแท้อันบริสุทธิ์


คนโบราณเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่ธรณีมาก ตัวอย่างเช่น ก่อนจะนอนก็ต้องปลุกพระแม่ธรณีก่อนด้วยคาถาว่า “แม่ธรณีเจ้าเอ๋ย อยู่แล้วหรือยัง สังขาตัง โลกังกะวิทู” เพื่อขอบารมีพระแม่ธรณีช่วยปกปักษ์รักษา ให้แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดคืนจวบจนตะวันขึ้น และเมื่ออ้างอิงตามพุทธประวัติแล้ว พระแม่ธรณีทรงมีความเคารพนับถือพระมหาสมณโคดมพุทธเจ้าพระองค์นี้เป็นอย่างยิ่ง ดั่งตำนานเมื่อครั้งพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อเป็นพยานแห่งการตรัสรู้ในครั้งนั้น ดังนั้นพระแม่ธรณีจึงถือเป็นเทพีที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลก็ว่าได้


ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ "ยันต์พระแม่ธรณีบีบมวยผม" จึงมีเป็นอุปเท่ห์ในการคุ้มครองรักษาชีวิต ชำระล้างอาถรรพ์ ป้องกันภยันตรายต่างๆนานับประการ นอกจากนี้ยังเชื่อถือกันมาแต่โบราณว่ายันต์พระแม่ธรณีบีบมวยผมนี้ มีอานุภาพในการเตือนภัย คือหากมีภัยอันตรายอันใดใกล้เข้ามาในยามวิกาล พระยันต์นี้จะสำแดงฤทธาให้ผู้บูชาเกิดสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมา เพื่อหลีกเลี่ยงป้องกันแก้ไขได้ทันท่วงทีอีกด้วย


Incense Burner Takrud by Arjarn Natthan Maneeratana (Arjarn Jake), Maitreyanusorn Home.

This Takrud has the most powerful functions in protecting against ghosts, demons, evil spirits, mystical, occult, black magic and unwanted energy in that place. It is an important item like a common home remedy that is indispensable at all. It is a magical device that a magic master should have like magic knife (Meed Mor).


"Incense Burner Takrud" is used to put in incense burner which is the center of mind, energy, beliefs and faiths that people have in sacred things. This Takrud will prevent anyone or anything from harming the people who live in that place. The smell and smoke spiral of incense that spreading around will eliminate and dispel all evil things. When the incense smoke fades out, all negative energies will vanish away at the same time. In addition, the worshipers can bring this Takrud to make holy water for the auspicious ceremony as they wish.


Whoever has it for worship, like having a lion roaring the sacred smoke to destroy every dangerous thing with the power of the Yantra "Trinisinghe" and also be safe, peaceful and happy like a mother's love for her child with the power of the Yantra "Phra Mae Thorani Squeezes Her Hair".


Due to these two Yantras are large size. Therefore, it is inconvenient to make a Takrud for portability. Moreover, the sacred abilitiess of both Yantra are very suitable for worshiping inside the house. So, Arjarn Jake decided to bring both Yantras to combine the power together into "Incense Burner Takrud".


In addition, Arjarn Jake also had the idea that the Yantra "Trinisinghe" is considered an important Yantra for the house in the past. In particular, Thai-style houses tend to bring cloth or metal plate written with "Trinisinghe" to attach at the pillars of the house for auspiciousness. But nowadays, the style of houses has changed according to the era. Therefore, Arjarn Jake used the Yantra "Trinisinghe" to make "Incense Burner Takrud" instead which looks more suitable for the lifestyle of the people of this era.


The material of this Takrud is lead. Arjarn Jake said that lead is a soft metal so, when writing Yantra on lead, it will be smooth and uninterrupted. As a result, the concentration of the mind is stable and continuously flowing. Importantly, lead is considered to be one of the best elements to receive incantation & magic not inferior to gold at all. Therefore, magic masters popularly used lead as a material for the production of Takrud & sacred objects since the past until present.


One side is written with the Yantra "Trinisinghe" (Arjarn Odd Sananthung's Formula).

"Trinisinghe", this name is probably familiar to many people while some people still have doubts that what is Trinisinghe really about? Here, Arjarn Jake has mercy to bring it up to explain to the general public to understand more easily as follows.


"Among all living things in the forest, the lion is considered to be the highest king of all creatures either big or small. In Buddhism, there are the Buddha, the Dharma, the Sangha or called the Triple Gem that is considered to be the highest king in the three worlds (heaven, earth, hell) no matter what kind of creatures that arise in the three worlds 3, the Triple Gem is considered to be the supreme monarch always. So, the power of the Triple Gem is like a royal lion king echo a battle cry voice that all beings must surrender with reverence.


Therefore, Trinisinghe is a magic subject that relies on the majesty of the Lord Buddha who expounded the doctrine with valiant action as magnificent as the lion king's roaring to preach the ultimate truth for all living things to understand the way to end suffering. That’s why if all the evil things even any deity or angel intended to harm the person who is protected from the sacred power of Trinisinghe.


Those negative energies or attack from enemies will not able to harm that person because it means that person has held the Buddha, the Dharma, and the Sangha as the highest remembrance and set the Triple Gem as a mental core in the mind due to the Buddha’s preaching.


So, that person will be able to escape all dangers as if protected by the sacred roaring echo of the lion king that resonates to the three worlds, whatever harms or dangers will be retreated and vanished away.”


For this formula of Trinisinghe, Arjarn Jake has exchanged knowledge with "Arjarn Prakong Rooncharoen", Arjarn Jake said that he likes this formula because it is "Extraordinary & Exquisite". Arjarn Prakong learned from "Arjarn Odd Sananthung" the legendary Sak Yant master and the originator of "7 Shops Wax". He is the headmaster who Arjarn Prakong highly respect.


Arjarn Prakong realized that Arjarn Jake likes to writing & erasing Trinisinghe chalkboard powder as a routine. So, Arjarn Prakong gave this formula of Trinisinghe to Arjarn Jake. When Arjarn Jake has learned and applied it in practice to help his disciples, he could see the results and effectiveness of this Yantra from the real experiences that his disciples came back and updated to him.


One of the special unique of this formula of Trinisinghe is strengthen peacefulness and fire prevention as well. Therefore, the structure of Yantra look like water flow by implying that the grace of the Buddha able to extinguish the fire of suffering and the fire of passion.


As the Buddha compared defilements as fire because lust (Ràga), anger (Dosa) and delusion (Moha) are all invisible fire that make the mind be impatient. Therefore, when the grace of the Lord Buddha is able to extinguish the fires that arise from invisible factors then, the fire accidents that arise from visible factors can also be extinguished as well.


In addition, Arjarn Jake has surrounded the Yantra Trinisinghe with "16 Gods Mantra" that has universal power like the proverb "The fuzz over the elephant's back is not exhausted", can be used for all kinds of things. This mantra called Dhamma Racha (Dharma King). It is bigger than all mantras, who has prayed will be safe without disaster.


The other side is written with the Yantra "Phra Mae Thorani Squeezes Her Hair".

Because the incense burner is a container with sand, rice or soil contained within. Therefore, it is considered as the power of the earth element. Arjarn Jake realized that it would be a good idea to ask for the majesty of Mother Earth as a refuge, so he brought the Yantra "Phra Mae Thorani Squeezs Her Hair" to write in this Incense Burner Takrud as well.


"Phra Mae Thorani Squeezs Her Hair" is the Yantra that refers to the grace of Mother Earth (Phra Mae Thorani) who is the goddess of the earth. All living beings on this earth are like herchildren. If anyone remembers the grace of Mother Earth, she will protect & give peace with tranquility like a mother protects her children because a mother's love for her child is true & pure love.


The ancient people believed in the sanctity of Mother Earth very much. For example, before sleeping they will chant a mantra "Mother Earth, are you already here? Sangkhatang Lokangkawitu" to ask for the blessing of Mother Earth to help and protect the prayer to be safe all night until the sun rises. Moreover, when referring to the Buddha's history, Mother Earth has a great respect for Gautama buddha when she squeezed her bun as a witness of Gautama buddha's enlightenment at that time. Therefore, Mother Earth is considered a goddess that is highly important to Buddhism since Buddha's lifetime.


From all of the above-mentioned, "Phra Mae Thorani Squeezes Her Hair" is the Yantra to protect life, cleanse the mystical and prevent dangers. In addition, it is believed that since ancient times, this Yantra has the power to warn the worshipper. If any danger is approaching at night, the power of this Yantra will startle the worshipper to wake up to avoid and prevent the coming danger in a timely manner as well.

14 views5 comments