ตะกรุดหม้อกุลามหามนตราจอมเวทย์ราชันย์ (ดอกพิเศษ)


💕🧙‍♂️ #ตะกรุดหม้อกุลามหามนตราจอมเวทย์ราชันย์🧙‍♂️💕

👼#ดอกพิเศษ

‼️สร้าง 7 ดอกเท่านั้น

🔮🥣#หม้อกุลา🥣🔮

⚠️ #หม้อแห่งมนตราที่ยากหาใดเทียบเคียง

เมื่อสมัยร้อยกว่าปีก่อน “ชนเผ่ากุลา” เป็นเผ่าที่มีความมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก พวกเขาได้บริจาคเงินจำนวนมากเพื่อบูรณะซ่อมแซมวัดภายในหมู่บ้าน อีกทั้งยังมอบคัมภีร์ที่มีอักษรจารึกทั้งภาษาไทยใหญ่ และภาษาพม่าให้แก่วัดอีกด้วย นอกจากนี้ชาวกุลายังเป็นชนเผ่าที่มีความเก่งกล้าสามารถ อีกทั้งยังมีความรู้ในศาสตร์หลายๆแขนง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางพุทธศาสนาหรือเวทมนตร์คุณไสยต่างๆ พวกเขาสามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้โดยไม่ต้องพะวงกับพรมแดนของประเทศ เพราะชาวกุลามีวิชาปกป้องตนเอง อยู่ยงคงกระพันต่อศาสตาวุธและคุณไสยทุกชนิด และว่ากันว่าเป็นชนเผ่าแรกเริ่มเลยก็ว่าได้ที่มีการสักเสกเลขยันต์ลงบนเนื้อหนัง จะเห็นได้จากชายหนุ่มในชนเผ่ากุลาจะมีลายสักเต็มขากันแทบทุกคน


ชาวกุลามักจะหอบเร่สินค้าต่างๆไปยังเมืองน้อยใหญ่ โดยชาวกุลาหนึ่งคนจะพกพาหม้อหนึ่งใบไว้ติดตัวโดยตลอด เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เรียกว่าเป็น “หม้อคู่ชีวิต” เลยก็ว่าได้ ซึ่งหม้อของชาวกุลานอกจากจะมีความแข็งแรงทนทานแล้ว ยังเชื่อกันว่ามีอาถรรพ์ในตัวอีกด้วย เพราะชาวกุลามักจะต้องเดินทางไปต่างถิ่นอยู่บ่อยๆ ก็ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกลองคุณลองวิชา แต่ชาวกุลาก็รอดจากคุณไสยเหล่านั้นมาได้อย่างปลอดภัย โดยมีเรื่องเล่าว่า หมอผีคนหนึ่งเคยทำยาสั่งใส่ในอาหารแล้วนำไปให้หนุ่มชาวกุลากิน หนุ่มชาวกุลาก็เอาอาหารใส่ในหม้อของเขาแล้วก็กินอย่างเอร็ดอร่อย เล่นเอาหมอผีคนนั้นใจฝ่อไปเลยทีเดียวที่ยาสั่งอันมีฤทธิ์ทำให้คนถึงตายได้กลับไม่ได้ผลกับชนเผ่ากุลาแม้แต่น้อย นอกจากนี้ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งของพระอาจารย์โอคือท่าน “ครูบาตัน” ได้เคยบอกพระอาจารย์โอไว้ว่า “หม้อกุลานี้ขลังในตัว หากจะทำน้ำมันหรือสีผึ้งใดๆ หม้อกุลานี้แหละถือเป็นภาชนะที่ดีที่สุดแล้ว”


มีตำนานเล่าขานในหมู่คนเฒ่าคนแก่ในเพชรบูรณ์ว่า เจ้าเพียราษฏร์ที่เป็นเจ้าเมืองหล่มสักในสมัยก่อน เวลาจะขึ้นหลังช้าง ท่านจะให้เหล่าข้าราชบริพารหลายๆคนนำหอกที่มีปลายแหลมคมมางัดตัวท่านขึ้นบนหลังช้าง ซึ่งเจ้าเพียราษฏร์ท่านจะพกตะกรุดที่เอวอยู่3ดอก ซึ่งทำมาจาก “หม้อกุลา” นั่นเอง


หม้อกุลาใบที่พระอาจารย์โอได้นำมารีดทำตะกรุดนี้ เป็นหม้อพิเศษที่พระอาจารย์โอท่านใช้หุงสีผึ้งและน้ำมันเสน่ห์ต่างๆมานับไม่ถ้วน อยู่ในห้องพิธีมาเป็นสิบๆปี ผ่านพิธีการปลุกเสกมาแล้วทุกมนต์ทุกวิชา มวลความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ที่ประจุอยู่ในหม้อใบนี้จึงไม่อาจจะพรรณนาได้ จึงเหมาะสมเป็นที่สุดในการนำมาเป็นมวลสารในการทำตะกรุดที่พิเศษที่สุดเช่นกัน


⚠️ตะกรุดชั้นนอกทำจาก “หม้อกุลา”

⚠️ลงด้วย “ยันต์องค์เทพมารฝัน” และ “ยันต์เสน่ห์ใจขาด”

💕👶🏻#ยันต์องค์เทพมารฝัน👶🏻💕

-เป็น “ยันต์ปถมังกำเนิด” แต่พระอาจารย์โอมักจะเรียกว่า “องค์เทพมารฝัน” ที่เหล่าเกจิอาจารย์ผู้เก่งกาจในวิชาอาถรรพ์ว่าด้วยเสน่ห์ ต่างต้องรู้จักวิชานี้เป็นอย่างดี เป็นยันต์ที่ว่าด้วยปถมังแห่งองค์กำเนิดในวิชาเสน่ห์ชั้นสูง หนึ่งในสุดยอดวิชาเสน่ห์ทางมายาศาสตร์และมายาจิต พระอาจารย์โอได้ทำการจารอักขระและปลุกเสกด้วยมนต์ปถมังโลกีย์, ปถมังเสน่ห์, และปถมังกำเนิดจนเป็นที่มั่นใจ ลักษณะยันต์จะดูคล้ายกับรูปคน หมายถึงรูปแห่งจิตวิญญาณของมนุษย์

เสริมด้วยยันต์ตัณหาทั้ง3 อันประกอบไปด้วย กามะตัณหา (ความทะยานอยากในอารมณ์ที่ใคร่), ภะวะตัณหา (ความทะยานอยากในความมีความเป็น) และวิภะวะตัณหา (ความทะยานอยากในความไม่มี ไม่เป็น) ยันต์นี้จึงมีพลานุภาพเด่นด้านเมตตามหาเสน่ห์และกามราคะโดยตรง สามารถใช้อธิษฐานเรียกจิตเรียกใจคนที่หมายปอง ทำภารกิจที่กายหยาบปกติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ หรือแม้แต่ทำให้คนที่หมายปองฝันถึงเราประหนึ่งว่าเป็นเหตุการณ์จริงก็ยังได้ ตามคำโบราณว่า “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยคาถา”


💋💘#ยันต์เสน่ห์ใจขาด💘💋

-เป็นเสน่ห์เมตตาแก่เพศตรงข้ามและผู้พบเห็น หากใครอยู่ใกล้ จิตใจจะหวั่นไหวพิศวาสหลงใหล ร้อนรนทนอยู่มิได้ปานใจจะขาด อีกทั้งยังเป็นที่รักแก่คนทั้งหลาย เข้าหาเจ้านายเมตตาเอ็นดู ทำเป็นตะกรุดแช่น้ำให้กินหลงรักทั้งครัวเรือน หมายปองผู้ใดให้เขียนชื่อสอดใส่ไว้ในตะกรุด หรือปรารถนาในเรื่องใดที่ไม่เกินวาสนา ก็สามารถสอดใส่ไว้ในตะกรุดได้เช่นกัน จักสมปรารถนาสมใจในเร็ววันอย่างน่าอัศจรรย์


⚠️ตะกรุดชั้นในเป็นเนื้อเงินอาถรรพ์ขนาดกว้าง 2 นิ้ว และมีความยาวถึง 21 นิ้ว จารด้วยสุดยอดมหา