ปลีแก้ว Banana Blossom Glass


💎🍌#ปลีแก้ว

🌻#สุดเขตของวิเศษแห่งมวลพฤกษา

👑#ราชาแห่งคตที่เกิดจากพืช

ในกระบวนการของอาถรรพ์ทั้งหมดผู้รู้ต่างยกย่องของอาถรรพ์อยู่ห้าชนิดที่ถือว่าเป็นสุดยอดของของอาถรรพ์ทั้งปวงคือ:

1.มหาสังข์

2.เพชรตาแมว

3.งาช้างน้ำ

4.ปรอทสำเร็จบรรลุ

5.ปลีแก้ว

ห้าสิ่งนี้เป็นเบญจภาคีแห่งของอาถรรพ์ที่ยอดยิ่งกว่าของอาถรรพ์ใดๆทั้งปวง เป็นของที่ท่านพระอาจารย์โอทดสอบทดลองมาแล้วว่ามีฤทธิ์ดีเด่นกว่าของวิเศษทั้งหมด ทั้งหนุนดวงชะตา ค้ำคูณเจ้าของมิให้ตกต่ำตามลักขณาราศีที่ผันเปลี่ยน เรียกว่า "เหนือดวง" ในทุกๆทางไม่จำกัดกาล เป็นของที่แม้แต่ "กำนันตั้ง" จอมเวทย์แห่งแดนตะวันออก ยังย้ำนักย้ำหนาว่า "ต้องหามาให้ได้ ถ้าอยากเป็นผู้วิเศษทางโลกอุดมด้วยลาภยศศักดินา แค่ขนาดเท่าเม็ดงาก็มีคุณมหาศาล"


"ปลีแก้ว" คือของวิเศษชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในปลีกล้วย จัดอยู่ในประเภทของทนสิทธิ์กายสิทธิ์ชั้นสูง ถือเป็นยอดสุดในบรรดาของวิเศษที่เกิดจากพืช โอกาสที่กายสิทธิ์ชนิดนี้จะอุบัติขึ้นในโลกนั้นมีน้อยมาก ถ้าพูดถึงความหายากแล้วละก็ อุปมาว่าในจำนวนต้นกล้วย 10,000 ต้น จะหาต้นกล้วยที่มี "แสงกล้วย" อยู่นั้นยังพอเป็นไปได้ แต่ในจำนวนต้นกล้วย 1,000,000 ต้น จะหาต้นกล้วยที่มี "ปลีแก้ว" อยู่นั้นยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ หรือแม้กระทั่้งเพชรตาแมวที่ว่าในแมว1,000,000ตัวจะมีเพียง1นั้นก็ยังหาได้ง่ายกว่าปลีแก้วนี้เสียอีก


เป็นของขลังจากธรรมชาติที่ไม่มีวันเสื่อม ไม่มีวันถอย พร้อมตอบสนองต่อสิ่งที่ผู้ครอบครองถวิลหาโดยไม่เลือกชั้นวรรณะและปราศจากเงื่อนไข อยู่นอกเหนือสมมติแห่งกฏเกณฑ์ ไม่รู้จักว่าอะไรถูกเรียกว่าบุญ ไม่สนใจว่าสิ่งใดถูกเรียกว่าบาป เพราะสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าดีและชั่ว ต่างล้วนผันแปรเปลี่ยนไปตามอัตตาแห่งตนอยู่ตลอดเวลา หากอยู่ในมือของคนดี ปลีแก้วนี้ก็เปรมปรีที่จะเกื้อกูลให้ดียิ่งขึ้น หากอยู่ในมือของคนไม่ดี ปลีแก้วนี้ก็ยินดีที่จะนำสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ให้คนไม่ดีกลับกลายเป็นคนดีได้ อุบัติขึ้นมาด้วยกฏข้อเดียวคืออยู่กับใครก็ค้ำคูนคนนั้นอย่างเต็มที่


และอานุภาพของปลีแก้วไม่ใช่จะส่งผลเพียงเฉพาะแต่เจ้าของโดยตรงเท่านั้น ว่ากันว่าของชิ้นนี้ตกอยู่ในตระกูลใด บ้านใด ก็จะนำพาความร่ำรวย ความร่มเย็น ความผาสุข ความอุดมสมบูรณ์ และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ลูกหลานทายาทสืบสายเลือดของผู้ครอบครองอีกด้วย


พระอาจารย์โอได้ปลีแก้วเม็ดนึงมาจากทางภาคเหนือ ซึ่งลักษณะการได้มานั้นกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ คล้ายกับเทวดาเอามาให้ เพราะหลังจากเจ้าของเดิมส่งมอบปลีแก้วให้พระอาจารย์โอแล้ว ก็หายตัวไป ไม่สามารถติดต่อกันได้อีกเลย


เมื่อพิจารณาดูแล้วก็พบว่าวรรณะสัณฐานถูกต้องตรงตามตำรา พอคำนวนด้วยสูตรโสฬสด้วยแล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นของสุดวิเศษประเมินค่ามิได้ ท่านจึงได้นำปลีแก้วเม็ดนั้นมาทำพิธีตัดแบ่งออกเป็น 13 เม็ด โดยแกะให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับปลีแก้วเม็ดดั้งเดิมมากที่สุด มีจุกด้านบนอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญ

ซึ่งทั้งชีวิตของพระอาจารย์โอจนถึงวันนี้ ท่านเคยพบเจอปลีแก้วเพียงแค่5เม็ดเท่านั้น:

(เม็ดที่.1) เป็นของกำนันตั้ง ปัจจุบันได้แตกออกเป็น8ชิ้นอยู่ในความครอบครองของลูกหลานกำนันตั้ง

(เม็ดที่.2) พระอาจารย์ได้มาเก็บรักษาเพียงไม่นาน ก็มีมหาเศรษฐีมากบารมีมาขอนำไปบูชารักษาต่อโดยสนนราคาให้ถึง7หลัก

(เม็ดที่.3) เป็นของทายาทในตระกูลเศรษฐีเก่า ปัจจุบันนี้ยังอยู่ในความดูแลของพระอาจารย์โอ

(เม็ดที่.4) ก็คือปลีแก้วเม็ดพิเศษที่พระอาจารย์โอได้นำมาแบ่งเป็น 13 เม็ดเล็กชุดนี้

(เม็ดที่.5) เป็นปลีแก้วที่อยู่ในความครอบครองของนักสะสมเครื่องรางของขลังระดับตำนาน ได้เห็นแต่เพียงรูปภาพ เพราะเจ้าของหวงมากกว่าของวิเศษชิ้นใด


สำหรับครั้งแรกและบุคคลแรกที่ทำให้ท่านได้รู้จักกับปลีแก้วคือ “กำนันตั้ง” พระอาจารย์โอได้พบเจอท่านในสมัยที่พระอาจารย์ยังเป็นฆราวาสอยู่ กำนันตั้งได้รับการขนามนามว่าเป็น “จอมเวทย์แห่งแดนตะวันออก” เป็นปรมาจารย์ที่ขึ้นชื่อมากในสมัยก่อน คณาจารย์ยุคโบราณต่างรู้จักกิตติศัพท์ถึงความแก่กล้าในวิชาอาคมของท่านเป็นอย่างดี เพราะท่านเป็นหนึ่งในยอดคนที่สำเร็จวิชาแห่งการเล่นแร่แปรธาตุ จึงเป็นเสมือนผู้วิเศษที่เรืองด้วยอิทธิฤทธิ์และอำนาจวิเศษต่างๆเหนือคนธรรมดาสามัญทั่วไป กำนันตั้งท่านนี้เป็นน้องชายของทวดของพระอาจารย์โอ และนอกจากนี้ท่านยังเป็นอาจารย์ของหลวงปู่คง วัดวังสรรพรสอีกด้วย


กำนันตั้งเป็นผู้บอกความลับแห่งของวิเศษในโลกให้พระอาจารย์โอฟัง และท่านได้กำชับกับพระอาจารย์โอว่า "จำไว้นะ บ้องทำทาน ไม้วิเศษนกกระปูด ปลีแก้ว เหล็กไหลไลย์โกฏิ แก้วตาแมว แก้วจักรพรรดิ์ ของเหล่านี้ควรค่าคล้องคอให้มันหนัก อย่างอื่นแขวนได้แค่เอว" โดยกำนันตั้งมักจะเอาปลีแก้วเม็ดประจำตัวมาฝนน้ำดื่มกินในฤกษ์งามยามดีเสมอ


ท่านเป็นจอมขมังเวทย์ตัวจริงที่พระอาจารย์โอมักชื่นชมเสมอว่า "ไม่เคยเห็นใครวิเศษเท่าแก" ในสมัยนั้นกำนันตั้งถือเป็นกำนันผู้กว้างขวางในจังหวัดตราด มีอิทธิพลแผ่ขยายไปถึงเมืองจันทบุรี ท่านมีลูกน้องบริวารมากมาย กำนันตั้งแกจะมีนิสัยแปลกๆและค่อนข้างลึกลับมาก คือวันดีคืนดีแกก็จะเข้าป่าไปหลายเดือน บางครั้งหายไปหลายปีก็มี


ความวิเศษเหนือมนุษย์ของกำนันตั้งมีมากมายเล่าไม่จบ อย่างเช่นว่า เวลาท่านทำกับข้าวกับปลาเลี้ยงลูกน้อง ท่านจะเดินถือหม้อเข้าไปในป่าไผ่เพียงประเดี๋ยวเดียว แล้วกำนันตั้งก็จะออกมาพร้อมกับข้าวหอมที่ขึ้นฟูเต็มหม้อ ด้วยความสงสัยพระอาจารย์โอจึงได้แอบตามท่านเข้าไปในป่าไผ่เพื่อดูว่า ท่านเอาข้าวมาจากไหนกัน ปรากฏว่าท่านเห็นกำนันตั้งใช้มือเปล่าๆรูดใบไผ่ใส่ในหม้อ ก่อนปิดฝาแล้วก็บริกรรมปลุกเสกอยู่ไม่กี่อึดใจ พอเปิดฝาหม้อมา ใบไผ่ก็กลับกลายเป็นข้าวสุกพร้อมรับประทาน


มีอยู่ครั้งหนึ่ง ได้มีคนแกวเป็นพ่อค้าหมู ลัดเลาะซื้อหมูตามบ้านในพื้นที่ๆกำนันตั้งดูแลอยู่ แต่ไม่ค่อยสุจริตกับอาชีพตนเองเสียเท่าไหร่ เพราะพ่อค้าหมูคนนี้ใช้ตาชั่งที่ไม่ได้มาตรฐาน น้ำหนักที่ขึ้นบนตราชั่งจะน้อยกว่าน้ำหนักจริงของตัวหมู พูดง่ายๆก็คือโกงตาชั่งนั่นเอง แต่ด้วยว่าพ่อค้าหมูคนนี้มีเสน่ห์วาจา และวิชาดี ทำให้เวลาไปซื้อหมูชาวบ้านต่างยินยอมขายให้ ในราคาที่ถูกกว่าราคาที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่ชาวบ้านเหล่านั้นรู้ว่าพ่อค้าหมูคนนี้โกงตาชั่งก็ตาม


ในที่สุดเรื่องพ่อค้าหมูคนแกวแสนเจ้าเล่ห์นี้ก็เข้าถึงหูกำนันตั้ง ท่านจึงคิดจะแก้เผ็ดโดยบอกกับคนสนิทของท่านว่าเดี๋ยวจะทำอะไรให้ดู วันหนึ่งกำนันตั้งจึงเรียกพ่อค้าหมูให้มาซื้อหมูที่บ้านของท่าน พอถึงเวลาเจอกัน กำนันตั้งก็เดินไปหลังบ้าน ก่อนจูงหมูตัวรุ่นๆออกมาด้วยตัวหนึ่ง ดูจากขนาดแล้วไม่น่าเกิน40กิโล พระอาจารย์โอท่านอยู่ในเหตุการณ์ก็รู้สึกประหลาดใจ เพราะว่ากำนันตั้งไม่ได้เลี้ยงหมู แล้วหมูตัวนั้นมาจากไหนและมาได้อย่างไรกัน??


กำนันตั้งได้ทำการตกลงกับพ่อค้าหมูว่า ถ้าเอาหมูขึ้นชั่งแล้วต้องซื้อนะ ซึ่งพ่อค้าหมูก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่พอเอาหมูขึ้นชั่งเท่านั้น จากหมูที่ดูๆแล้วยังไงก็ไม่เกิน40โลแน่ๆ กลับทำให้เลขบนตาชั่งขึ้นไปถึง 200 กิโล พ่อค้าหมูเห็นก็ตกใจมาก จะปฏิเสธไม่ซื้อก็ไม่ได้ เพราะรับปากตกลงกับกำนันตั้งไปแล้ว สุดท้ายพ่อค้าหมูเลยต้องยอมจำนนจ่ายเงินซื้อหมูตัวเล็กๆของกำนันตั้งในราคา200กิโล


พอพ่อค้าหมูไปแล้ว พระอาจารย์โอจึงถามกำนันตั้งทันทีว่า พ่อกำนันเอาหมูจากไหนไปขายให้เค้า กำนันตั้งจึงเฉลยให้ฟังว่า ท่านพึ่งล้มต้นกล้วยหลังบ้าน ให้มีขนาดความยาวเท่าตัวหมู แล้วเสกเป็นหมูไปขายไอแกวโกงตาชั่ง


กิตติศัพท์ความเข้มขลังในวิชาอาคมของท่านอีกเรื่องหนึ่งคือ วันหนึ่งมีคนมาขโมยผลไม้ในสวนของกำนันตั้ง ซึ่งปกติแล้วกำนันตั้งท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ถือว่าแบ่งไปกินไปใช้ตามประสา แต่ไอ้ขโมยรายนี้ดันล้ำเส้น ไปตัดเอาหวายที่แกปลูกไว้ใช้งานไปด้วยทั้งกอ ด้วยความโมโหท่านจึงเสกหนามหวายเข้าท้องหัวขโมยจนตาย ทำให้ศพของโจรผู้โชคร้ายไม่ค่อยสวยซักเท่าไหร่ เนื่องจากมีหนามหวายทิ่มทะลุไส้พุงออกมาเต็มไปหมด เรื่องนี้ยังคงเป็นตำนานเล่าขานของคนพื้นที่มาจนถึงทุกวันนี้


💎🍌Banana Blossom Glass.

🌻The Utmost Powerful Amulet From ​​The Wonderful Flora.

👑The King Of Supernatural Stone Of The Holy Plant.

The 5 most powerful amulets which were praised to be the most powerful and effective in the world are:

1.Water Elephant’s Ivory. (Natural Made)

2.The Great Conch Shell. (Natural Made)

3.Diamond Cat Eyes. (Natural Made)

4.Supreme Mercury "Highest Level" (Human Made)

5.Emperor Glass or called Banana Blossom Glass. (Natural Made)


According to Phra Arjarn O's experience, these five amulets are Benjapakee that superior than any mysterious item. He has tested by himself already so, he could confirm those item's abilities are superior to all wonderful things which can always support & back up the owner's life to be better & beyond destiny in every way & every time. Even, "GumNun Tang" insisted Phra Arjarn O that "You must find it if you want to be a great man in the world who is rich in prestige & fortune. Just the tiny piece as small as sesame seed also has tremendous benefits."


"GumNun Tang", the village headman named “GumNun Tang” who was praised to be the eastern wizard. He was very well-known since the past until now as the legendary master. GumNun Tang is the great master who was well-known about his magical skills among magic masters society because he is one of the great master who succeed the alchemical subject so, he can do many things that the normal people cannot do. GumNun Tang is the great-grandfather’s brother of Phra Arjarn O and he is the teacher of LP.Kong Wat WangSapparot also.


"Banana Blossom Glass" is a kind of magical crystal that occurs in banana blossom. It is the best of all wonderful amulets naturally made by plants. It has been classified to be the hall of frame of supernatural stone since the ancient time. The likelihood that this kind of amulet would occur in the world is very very difficult. If talking about its rarity, it can be described that among 10,000 banana trees, it is possible to find a banana tree with "Banana's Light Stone". But, out of 1,000,000 banana trees, finding a banana tree with "Banana Blossom Glass" is still difficult, or even the "Diamond Cat Eyes" that there is only 1 in 1,000,000 cats, it is still easier to find than this Banana Blossom Glass.


It is the natural amulet that has long lasting power and ready to respond unconditionally to what the owner wants. It is something that transcendent of rules, it does not know what is called merit. it does not care what is called sin because what humans call good or bad is vary according to their ego all the time. If it is in the hands of a good person, this "Banana Blossom Glass" will be happy to support the owner to be better. If it is in the hands of a bad person, this "Banana Blossom Glass" will be pleased to bring good things into the owner's life so that the bad person can become a good person. It born into this world with only one rule "Extremely Support The Owner".


And the power of "Banana Blossom Glass" is not directly affects the owner only but, it also affects to the owner's family as well. It will bring richness, tranquility, happiness, fertility & prosperity to all family members & descendants.


Phra Arjarn O got this Banana Blossom Glass from the Northern part of Thailand but, the story how he got it can be said to be a miracle like a gift of angel because after the original owner handed over this Banana Blossom Glass to Phra Arjarn O, the original owner was disappeared and could not be contacted again.


When Phra Arjarn O considered & checked it carefully, he found that its qualification & characteristic are completely correct according to the supernatural item scripture. Moreover, after he calculated with Solos formula, he was more confident that it is a wonderful and inestimables item for sure. Finally, Phra Arjarn O brought that Banana Blossom Glass to the cutting ceremony & dividing it into 13 pieces by carving it to look the most similar to the original shape with unique stem or banana shoot on the top.


In the whole life of Phra Arjarn O, he had ever seen Banana Blossom Glass only 5 pieces:

(1st Piece) It had ever belonged to "GumNun Tang". Nowadays, it is broken into 8 small pieces and all of them are in the possession of the descendants of GumNun Tang.

(2nd Piece) It was in Phra Arjarn O's possession for a while before the rich man asked him to sell by quoting a very high price.

(3rd Piece) It had ever belonged to the descendants of an old wealthy family. Currently, it is still be with Phra Arjarn O.

(4th Piece) It is the special piece that Phra Arjarn O divided into 13 small pieces.

(5th Piece) It is in the possession of a legendary amulet collector. Phra Arjarn O could see only the picture of it because the owner did not allow anyone to touch or see the real one. He said it is the most cherished item of him.

114 views17 comments