ปู่เจ้าสมิงพรายครูพยัคฆ์ดอยก้อม (รุ่น:เสน่ห์ยาแฝด, ภาค:ลนน้ำมันพราย)Pujaw Samingprai Necromancer

Updated: Aug 28

#ปู่เจ้าสมิงพรายครูพยัคฆ์ดอยก้อม (รุ่น:#เสน่ห์ยาแฝด, ภาค:#ลนน้ำมันพราย), พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์

สำหรับมวลสารพิเศษขนาดนี้ ต้องพลีถวายสร้างเป็นรูปเคารพองค์ครูเจ้าตำหรับวิชาทำเสน่ห์ในตำนานอย่าง "ปู่เจ้าสมิงพราย" เท่านั้น ลองพิจารณาดูเถิด ความผสานสอดคล้องของยาแฝดและรูปครูเสน่ห์ ที่ถูกสร้างและปลุกเสกขึ้นโดยพระอาจารย์โอผู้สืบทอดมนต์ครูพยัคฆ์ดอยก้อม ยากจะนึกออกว่าจะมีอะไร "#ทำเสน่ห์ให้ตัวเรามีเสน่ห์" ไปได้มากกว่านี้อีก!!


"ยาแฝด" คือยาเสน่ห์ชนิดหนึ่ง อยู่ในวิชาทำเสน่ห์มาแต่โบราณ เป็นลักษณะของยาที่ใช้ผสมอาหารให้คนกิน เพื่อหวังผลให้ผู้ที่กินเข้าไปนั้น เกิดอารมณ์หลงรักคลั่งไคล้ในตัวของผู้ใช้ยาแฝดอย่างแรง เรียกว่าหลงมัวเมาอย่างโงหัวไม่ขึ้น และมีความต้องการทางเพศกับคนนั้นแทบทุกเวลา เป็นลักษณะของการสั่งให้รัก บังคับให้หลง กดให้อยู่ใต้อาณัติ มัดตัวมัดใจไว้ไม่ให้ไปไหน


เป็นเหตุให้ในสมัยก่อน หากความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่ใดที่ดูผิดไปจากธรรมชาติ ยาแฝดจะเป็นหนึ่งในผู้ร้ายเบอร์ต้นๆที่คนจะนึกถึงเสมอ เช่นว่าถ้าลูกสาวบ้านใด หน้าตาดี กริยางาม อยู่ดีๆก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม ยอมหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่กับผู้ชายทั้งๆที่พึ่งรู้จักมักจี่กันไม่นาน คนก็จะพูดกันทันทีว่า "หากไม่โดนยาแฝดก็คงเป็นน้ำมันพราย" แบบนี้เป็นต้น


โดยยาแฝดแต่ละชนิดก็จะมีสูตรการทำต่างๆกันไปตามแต่ละท้องถิ่น จะแรงมาก แรงน้อย ส่งผลชั่วคราว ออกฤทธิ์ยาวนาน หรือแรงถึงขั้นแก้ไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับพิธีกรรมและวัตถุดิบในการทำ ด้วยว่ายาแฝดนี้เป็นของที่ค่อนข้างอันตรายหากไปอยู่กับผู้ขาดจิตสำนึกและศีลธรรม ถ้าไม่รุนแรงจริง ศาลความเวทมนตร์ของไทยสมัยก่อนอย่าง "กระทรวงแพทยาคม" คงไม่ถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อชำระคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคุณไสย เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปด้วยวิทยาคม อันถือเป็นความผิดมีโทษทางอาญา สูตรการทำยาแฝดจึงสูญหายไปตามกาลเวลา เนื่องจากบางเกจิอาจารย์มักปกปิดไว้จนเอาเคล็ดเอาคายตายไปกับตัว


อย่างไรก็ดี ใช่ว่ายาแฝดจะถูกนำไปใช้ผิดๆเสมอไป เพราะยาแฝดบางสูตร ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคู่สามีภรรยา เพื่อขจัดปัญหาความรักได้อย่างมีประสิทธิผล อย่างเช่นว่า เมื่อภรรยารู้สึกเลือนลาง รักเริ่มจืด สามีเหินห่าง ไม่ค่อยสนใจ ไม่หวานเหมือนช่วงข้าวใหม่ปลามัน ยาแฝดก็จะทำหน้าที่เป็นตัวกระชับความสัมพันธ์ให้ความรักของคู่สามีภรรยาแนบแน่นยิ่งขึ้นแทบจะในทันที และขยายช่วงเวลาสำหรับการพูดคุยปรับความเข้าใจกันได้มากขึ้น ในสถานการณ์ที่ยกตัวอย่างมานี้ ยาแฝดจึงเป็นพระเอกได้เหมือนกัน ไม่ใช่จะเล่นเป็นแต่ตัวร้ายได้บทเดียว


ซึ่งการนำยาแฝดมาเป็นมวลสารเพื่อสร้างวัตถุมงคล อย่างที่พระอาจารย์โอท่านจัดสร้าง "ปู่เจ้าสมิงพรายครูพยัคฆ์ดอยก้อม (รุ่น:เสน่ห์ยาแฝด, ภาคลนน้ำมันพราย)" แม้ไม่ได้ผสมอาหารให้ใครกิน แต่ก็ได้ผลดีทีเดียว เพราะสรรพคุณของยาแฝดประยุกต์ใช้ได้หลายแบบ อยู่ที่คนจะนำมาใช้ ปู่เจ้ารุ่นนี้จึงมีฤทธานุภาพไปในทิศทางเดียวกันกับยาแฝด


คือทำให้ผู้ครอบครองมีเสน่ห์ ผิดแผกแปลกไปจากเดิม คนไม่เคยคุย ก็จะมาคุย คนไม่เคยชอบ ก็จะมาชอบ แม้ไม่ได้ขอเรื่องเสน่ห์ แต่ก็จะมีเสน่ห์อย่างช่วยไม่ได้ และถ้ามีคนที่หมายปองอยู่แล้ว ฤทธิ์ยาแฝดผสานแรงครูต้นคาบสายปลายคาบฟ้า ก็จะดลจิตดลใจทำให้คนผู้นั้น รู้สึกคิดถึงคนึงหา อยากอยู่ใกล้เรา จนอยากจะหยุดเวลาไว้


รุ่นนี้สร้างจากสารพัด "ผงเสน่ห์ยาแฝด" ที่พระอาจารย์โอท่านเก็บสะสมมานาน มีทั้งของเก่าแก่สืบทอดจากครูบาอาจารย์ มีทั้งของที่ท่านสร้างเพื่อสืบวิชาไว้ อาทิเช่น ยาแฝดปู่เจ้า, ยาแฝดอิธะเจเครือวัลย์, ยาแฝดปถมังกำเนิด, ยาแฝดกำนันตั้ง, ยาแฝดอาจารย์กุหลาบ, ยาแฝดอาจารย์คมบ้านท่าเสา, ยาแฝดอาจารย์ดม, ยาแฝดพนมกุเลน, ยาแฝดกะเหรี่ยง, ยาแฝดหมอเสน่ห์ไร้แขน, และยาแฝดอีกหลายชนิดมากมายบรรยายไม่หมด บางชนิดก็เก่าเก็บจนลืม เรียกว่ารวมหัวเชื้อยาแฝดชั้นครูดั่งพระอาจารย์โอท่านว่า "มีเท่าไหร่ ใส่ไปหมดหน้าตัก" ปลุกเสกในห้องพิธียาวนานถึงหนึ่งปี


บริเวณหน้าตักองค์ปู่เจ้า มีวัตถุลึกลับสีขาวติดอยู่ พระอาจารย์เรียกว่า "ธาตุอาถรรพ์" เป็นธาตุพิเศษที่แข็งกว่ากระดูก แกร่งกว่ากะโหลก ทนทานดั่งหิน แม้เกิดจากธาตุดิน จัดเป็นทนสิทธิ์จำพวก "คด" ก็คงไม่ผิด เป็นของดีที่ขลังในตัว พระอาจารย์เก็บมานานหลายสิบปี ท่านไม่ค่อยนำมาใช้เพราะถ้าหมดก็คงหาไม่ได้อีกแล้ว ธาตุอาถรรพ์นี้ มีตัวมีตน มีจิตรับรู้ พร้อมช่วยให้สิ่งที่ผู้ครอบครองต้องการสำเร็จอย่างไว จึงเป็นเหตุให้ลูกศิษย์ที่ได้ธาตุอาถรรพ์นี้ไปต่างยกนิ้่วให้ว่าแรง และจะยิ่งแรงขึ้นไปอีกหากเจ้าของหมั่นอุทิศบุญกุศลให้ เป็นการแลกเปลี่ยนโดยอาศัยอานิสงค์แห่งบุญเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน


เลี่ยมอยู่ใน "น้ำมันครูปู่เจ้า" พร้อมกับว่านชั้นสูงในตำนานที่ขึ้นชื่อว่าหายากและมีฤทธานุภาพเหนือชั้นกว่าว่านประเภทสามัญหลายขุม อาทิเช่น ดอกตะไคร้, วาสนา, ดอกไผ่, ดอกหญ้าคาตอแหล, และ ไม้ไก่กุก