พระไสยาสน์กลับชะตา Reverse Destiny Reclining Buddha

#พระไสยาสน์กลับชะตา(เนื้อดินเผา), พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์

พระอาจารย์โอได้จำลองพุทธศิลป์มาจาก "พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเจดีย์เล็ก พิมพ์ไสยาสน์กลับ" ที่เชื่อกันว่า "เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)" ได้สร้างและปลุกเสกไว้ จนเป็นที่กล่าวขานว่าหากใครได้ขอพรกับพระไสยาสน์กลับของท่าน จะโชคดีแคล้วคลาด จากร้ายจะกลายเป็นดี เป็นการสะเดาะเคราะห์ไปในตัวอีกทางหนึ่ง


พระไสยาสน์กลับชะตาสร้างจากมวลสารชุดเดียวกับ "พระสีวลีให้พรนางกวัก (เนื้อดินเผา)" เพื่อสืบสานวิชาโลกวิญญาณ ด้านหลังจารด้วย “โอฟ้าผ่า” พิฆาตอุปสรรคเร็วไวดุจสายฟ้าวัชระ, “มหารวย” ให้รวยเป็นเศรษฐี ให้มีมหาโภคทรัพย์, "นะ โม โต อะ" และพระยันต์โลกวิญญาณ "องค์พระไสยาสน์กลับ" พระยันต์ชุดนี้พระอาจารย์ได้มาในตอนฝึกวิชาพรหมศาสตร์ คล้ายๆกับโยคะนิทรา คือจะมีคุรุคล้ายๆกับเทพมาบอกสอนในนิมิต ในสมัยนั้นท่านว่าเรียนกันหลายคน แต่เนื่องด้วยท่านสมองช้า จึงได้พระยันต์มาไม่มากเท่าคนอื่น ที่ได้กันหลายสิบถึงร้อยยันต์ก็มี แต่ท่านก็มั่นในวิชาที่ได้มา และก็ฝึกฝนใช้อยู่ประจำไม่ขาด บังเกิดอิทธิปาฏิหารย์จนมั่นใจ


โดยปกติแล้วพระปางไสยาสน์หรือปางโปรดอสุรินทราหู ลักษณะขององค์พระจะอยู่ในอิริยาบถ นอนตะแคงขวา ส่วนพระไสยาสน์กลับชะตาที่พระอาจารย์โอจัดสร้างนี้ องค์พระจะนอนคะแคงซ้ายจึงเรียกว่า "ไสยาสน์กลับ" ส่วนความแตกต่างระหว่างปางไสยาสน์กับปางปรินิพพานจะต่างกันตรงที่ พระหัตถ์ขวาของพระปางไสยาสน์นั้นจะทรงชันพระเศียรตั้งขึ้น ไม่ได้ราบลงกับพื้นเหมือนปางปรินิพพาน


พระอาจารย์ท่านว่าองค์พระไสยาสน์กลับชะตานี้ คุณในวิชาบรรยายไว้มากมายอธิบายไม่หมด หากเทียบกับวิชาในกลบทพิชัยสงคราม เรียกได้ว่าวิเศษศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่ากับ "พระไม้โพธิ์ห้ามสมุทร" เลยทีเดียว ด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณที่จะกลับดวง กลับชะตา กลับทุกข์ กลับโศก กลับโรค กลับภัย กลับคุณ กลับไสย ให้แก่ผู้บูชา พระอาจารย์ท่านจึงตั้งใจสร้างไว้ให้แก่ผู้ที่ยังมีความหวัง อยากได้โอกาสพลิกชีวิตอีกสักครั้ง อยากได้ลิขิตชะตาอีกสักหน


นอกจากนี้ท่านพระอาจารย์ยังได้ตั้งใจสอดแทรกคติธรรมไว้ให้เป็นธัมมานุสสติ ในเรื่องของการ "ลดอัตตา" ดั่งประกาศิตของหลวงปู่คงที่มีใจความว่า "เจ้าจงระลึกนึกอยู่เสมอ ว่าทำอะไร เพื่ออะไร” อันเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกให้มนุษย์เป็นได้มากกว่าที่ตนเองอยากจะเป็น ทำได้ยิ่งกว่าที่ตนเองนึกฝันว่าจะทำได้ เพราะเมื่อละตัวตน ลดอัตตา ทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่โดยปราศจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งสมมติว่าเป็นตัวเราของเราแล้ว จะเป็นอะไรก็ย่อมสามารถเป็นได้ เป็นผู้มีสุขมากทุกข์น้อย ไม่ถูกความมืดบอดแห่งอัตตาขวางกั้นไว้


ดั่งที่ท่านได้ยกตัวอย่างเรื่องราว ของหนึ่งในเทพอสูรอุปราช ผู้ที่ยอมลดอัตตามานะทิฐิ จนเข้าถึงธรรมเป็นหน่อเนื้อพระพุทธางกูรผู้ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธองค์ว่า จะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตทรงพระนามว่า "พระนารทพุทธเจ้า" โดยเรื่องราวมีดังนี้


ในสมัยพุทธกาลได้มีเทพอสูรอยู่ตนหนึ่งนามว่า "อสุรินทราหู" ยักษ์อสูรตนนี้ยึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอดว่าตนเองมีร่างกายใหญ่โตที่สุด ไม่มีใครหน้าไหนยิ่งใหญ่กว่าตนอีกแล้ว เมื่ออสุรินทราหูได้พบกับพระพุทธเจ้า พอเห็นว่าร่างกายของพระพุทธองค์นั้นเล็กกว่าตน อัตตาตนก็เข้าครอบงำ อสุรินทราหูจึงไม่ยอมแสดงความเคารพนอบน้อมต่อพระพุทธองค์ เพียงเพราะว่าตนเองมีขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่า


พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่านี่คือโอกาสอันดีที่จะปลดเปลื้องทิฐิ ลดอัตตาอสุรินทราหู จึงทรงเมตตาแสดงปาฏิหารย์ เนรมิตพระวรกายของพระองค์ให้ใหญ่โตยิ่งกว่าอสุรินทราหู ทรงนอนในลักษณะเสด็จสีหไสยาสน์ ว่ากันว่าขนาดพระวรกายของพระพุทธองค์ตอนนั้นมโหฬารจนต้องใช้ภูเขาทั้งลูกหนุนพระเศียรประหนึ่งพระเขนย ใหญ่โตกระทั่งสายตาทั้งคู่ของอสุรินทราหูผู้ที่คิดว่าไม่มีใครร่างกายใหญ่กว่าตน ก็ไม่อาจสามารถมองเห็นพระวรกายของพระพุทธองค์ได้ทั้งหมด ได้แค่แหงนมองเพียงฝ่าพระบาทของพระพุทธองค์ดั่งมดแลมนุษย์


เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยอัตตาของอสุรินทราหูนั้นยังมีอยู่มากและสั่งสมมานาน พระพุทธองค์จึงทรงเมตตากำจัดอัตตาของอสุรินทราหูให้ราบคาบ คล้ายกับสำนวน “ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน” กล่าวคือพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์อีกครั้ง โดยพาอสุรินทราหูขึ้นไปยังพรหมโลก ซึ่งบรรดาพรหมทั้งหลายก็ยังมีร่างกายเล็กกว่าพระพุทธเจ้า พรหมเหล่านั้นได้มองอสุรินทราหูประดุจมนุษย์มองดูมด


ว่ากันว่าในตอนนั้นอสุรินทราหูผู้ที่เคยคิดว่าตนมีร่างกายใหญ่ที่สุด กลับเกิดความกลัวจนต้องจับปลายจีวรของพระพุทธองค์ไว้แน่น เมื่ออสุรินทราหูเห็นถึงสภาพความเป็นจริงว่าแท้จริงแล้วตนเองไม่ได้มีร่างกายใหญ่โตที่สุดตามที่เคยเข้าใจตลอดมา อสุรินทราหูจึงได้ละอัตตามานะทิฐิที่ติดกับตัวมานานได้สำเร็จ เกิดดวงตาเห็นธรรม เป็นอสูรกลับใจถือเอาพระพุทธศาสนาเป็นสรณะ แล้วจึงกล่าวว่า "พุทธังสะระณังคัจฉามิ ธัมมังสะระณังคัจฉามิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ" ถือเอาพระไตรสรณคมณ์เป็นที่พึ่ง ที่ระลึก ที่เกษม ที่สูงสุด นับแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้พระปางไสยาสน์จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "ปางโปรดอสุรินทราหู" นั่นเอง


Reverse Destiny Reclining Buddha (Harden Clay Material) by Phra Arjarn O, Phetchabun.

Phra Arjarn O has modeled the Buddha art from "Phra Somdej Bang Khun Phrom ,Chamber: Small pagoda, Model:Reverse Reclining Buddha" which amulet collectors believed that "Somdet Phra Buddhacarya (To Brahmaramsi)" had ever created and consecrated in the past. People said that if anyone asks for blessings with his reverse reclining Buddha will be lucky, from bad will be good like as joining removing bad luck ceremony.


The making materials are the same as "Sivali Bless Nang Kwak (Harden Clay Material)". Back side was written with "O Thunderbolt" that will destroys obstacles as fast as lightning Vajra, "Maharuay" that will support the prayer to be rich and have great wealth as the millionaire, "Na Mo Toh Ar" and one of alphabets of spiritual world named "Reverse Reclining Buddha". This set of alphabets were obtained by Phra Arjarn O during the practice of "Brahma Science" similar to yoga nidra. That is, there will be a guru similar to a god to teach in visions. At that time, he said that many people studied but, because he had slow brain so, the alphabets he go