พิธีจุดเทียนมหามงคล (วาระ:#ตรีฤกษ์ราชา) Lighting Magic Candle Ceremony.(Event:Triple Auspiciousness)


#พิธีจุดเทียนมหามงคล (วาระ:#ตรีฤกษ์ราชา)

#เปิดโชคลาภวาสนา #หนุนดวงชะตา #ขจัดสิ่งอัปมงคล #เสริมส่งสิ่งที่ดีให้แก่ชีวิต


ในความมืดมนของชีวิตยังมีแสงสว่างส่องทางเสมอ ด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณดลบันดาล และคุณวิเศษแห่งเทียนเหล่านี้


โบราณกาลนานมาครูบาอาจารย์ผู้มีวิชาได้ศึกษาและถ่ายทอดตำราวิชาเทียน ด้วยการเขียนอักขระยันต์ในไส้เทียน สืบเนื่องจากครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพาน การจุดเทียนนั้นคือการบูชาพระธรรมและพระวินัย เทียนจึงถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำมาจุดบูชาพระ ต่อมาจึงมีการลงอักขระยันต์ในไส้เทียนเพื่อจุดหนุนดวงชะตายามชีวิตตกต่ำหรือมีปัญหา


ไส้เทียนที่ใช้จุดเรียกว่า "ยันต์เทียน" มีหลายชนิดตามชื่อเรียก มีพุทธคุณแตกต่างกันไปหลายด้าน เช่นช่วยเรื่องความรัก การเงิน โชคลาภ ถอนอาถรรพ์ที่ไม่ดี หนุนดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ ตามแต่อักขระยันต์ที่ครูบาอาจารย์ผู้มีวิชาได้ลงไว้ในไส้เทียน


เทียนทุกเล่มทำจากขี้ผึ้งชั้นดี ไส้เทียนลงอักขระยันต์ถูกต้องตามตำรา ทำพิธีปลุกเสกเพื่อให้มีพลังเข้มขลัง เปี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณ


จุดเพื่อเปิดดวง เปิดจิต เปิดธรรม รับความสว่างสดใสดั่งดวงประทีป เมื่อเทียนดับก็เสมือนดับทุกข์ ดับอาถรรพ์ ดับสิ่งเลวร้าย ให้มลายสิ้นไปพร้อมกัน เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์จะขับขานอานุภาพของยันต์ให้กระจ่างชัด ส่องเส้นทางสู่ความเจริญรุ่งเรือง สร้างความมั่งคั่ง เสริมอำนาจบารมี ให้โชติช่วงชัชวาล ทั้งยังช่วยเร่งคำอธิษฐานให้สำเร็จรวดเร็ว นำพาสิ่งที่ปรารถนามาให้อย่างไว เจ้ากรรมนายเวรจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน


#ทำพิธีอธิษฐานจิตโดย:

#ประธานฝ่ายสงฆ์: พระครูปลัดชัยนรินทร์ เจ้าอาวาสวัดดงฤาษี จ.ลำพูน สหธรรมมิกครูบาอริยชาติ วัดแสงแก้วโพธิญาณ

#ประธานฝ่ายฆราวาส: ท่านอาจารย์ณัฐธัญ มณีรัตน์ (อ.เจค) บ้านไมตรียานุสรณ์


#วันเวลาทำพิธีที่: วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นี้ ถือเป็นวันที่มีความสำคัญทางศาสนาและศาสตร์ความเชื่อถึง 3 ประการคือ:

1. เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันลอยกระทง)

2. มีพิธีเแสดงกัณฑ์เทศมหาชาติครบ ๑๓ กัณฑ์ และสวดคาถาพัน

3. เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง (จันทรคราส)

ซึ่งเทียนมงคลทั้งหมดพร้อมชื่อนามของผู้ร่วมพิธี จะถูกนำเข้าร่วมในพิธีเแสดงกัณฑ์เทศมหาชาติครบ ๑๓ กัณฑ์ พร้อมสวดคาถาพัน ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าถ้าใครได้ฟังจบครบ ๑๓ กัณฑ์ จะได้ไปเกิดในศาสนาของพระศรีอาริย์ ดังนั้นทุกชื่อนามของผู้ร่วมพิธีในครั้งนี้ย่อมได้รับความเป็นสิริมงคล ประหนึ่งว่าตนเองได้อยู่ร่วมในพิธีนั้นด้วย


#สถานที่: วัดดงฤาษี จ.ลำพูน (https://maps.app.goo.gl/E99K39Hu2RnY3aDn6?g_st=ic)


#สิทธิพิเศษสำหรับผู้ร่วมพิธี: ทางวัดดงฤาษี จะนำรายชื่อของทุกคนที่ร่วมพิธีจุดเทียนมหามงคล ไปสถิตไว้ภายในวิหารยูงคำ เพื่อให้ทุกรายชื่อเหล่านั้นได้รับอานิสงค์แห่งการเจริญพุทธมนต์ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีอีกด้วย


#รายการเทียนที่จะจุดในพิธีนี้มี3ประเภทให้เลือกตามความศรัทธาดังนี้:

1. #เทียนวิมานพระฉิม

เป็นเทียนที่ให้ผลทางโชคลาภเจริญรุ่งเรือง โดยมีการลำดับพระยันต์เป็นชั้นๆขึ้นไปดั่งวิมานปราสาทแก้ว ชั้นล่างด้วย "หัวใจพระฉิม" ให้คุณทางโชคลาภ เปิดดวงรับทรัพย์ ทั้งยังมี "หัวใจตรีนิสิงเห" ให้คุณทางแก้ดวงตก ขจัดอาถรรพ์ และ "หัวใจพระอิติปิโส" ให้คุณทางค้ำชูดวงชะตา ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย พระยันต์ทั้ง3นี้ประดิษฐานอยู่ชั้นสุดท้าย เป็นดั่งรากฐานสร้างความมั่นคงแก่ชีวิตของผู้จุดบูชา


ส่วนชั้นกลางเป็น "หัวใจพระสีวลี" อันมีรูปองค์พระเป็นรูปเคารพตัวแทนแห่งพระฉิม สำทับความเข้มขลังด้วย หัวใจติติอุนิ, หัวใจพระธรรมจักร, และหัวใจที่เกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมี "หัวใจกาสลัก" จะ ภะ กะ สะ อันเป็นเหตุแห่งความเจริญเป็นนิจ คือหลีกเลี่ยงคนพาล (จะ) สังสรรค์บัณฑิต (ภะ) ทำดีเป็นนิจ (กะ) คิดถึงความเปลี่ยนแปลง (สะ)


ส่วนชั้นบนสุดดุจยอดมงกุฏลงด้วย "สูญนิพพาน" คือมูลเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวงได้ดับสิ้นลงแล้ว เพราะนิพพานถือเป็นบรมสุขอันไม่มีสุขใดอื่นยิ่งกว่า วิมานนี้ประด้วยดับธงชัยอันมีรูปองค์พระประดิษฐานถึง 5 ผืน เป็นธงชัยนะโมพุทธายะแห่งองค์พระชินสีห์ มีนัยยะหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์


สรุปแล้ว "เทียนวิมานพระฉิม" จึงเปรียบเสมือนวิมานอันเป็นที่สถิตของพระสีวลีผู้เป็นเจ้า พระอรหันต์ผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งปวงทางด้านโชคลาภ พระเถระเจ้าผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้ทรงเป็นเอตทัคคะผู้เลิศด้วยลาภสักการะ โดยอ้างอิงตามพระไตรปิฎก ครั้งแต่สมัยพุทธกาล ไม่ว่าพระสีวลีจะจาริกไปแห่งหนใด ลาภสักการะย่อมบังเกิดมีแก่ท่านในที่นั้นเสมอ และแม้หากหมู่พระภิกษุสงฆ์ต้องธุดงค์ไปในถิ่นกันดาร พระพุทธเจ้าจะทรงมีพระดำรัสให้พระสีวลีเดินทางไปด้วยเสมอ เนื่องด้วยเทพยดาทั้งหลายที่สถิตในป่า นาค ครุฑ และมนุษย์ทั้งหลาย จะจัดอาหารบิณฑบาตและจัดสถานที่พักไว้ถวายพระสีวลี


ท่านอาจารย์ณัฐธัญ มณีรัตน์ (อ.เจค) ได้นำอุปเท่ห์ต่างๆดังกล่าวนี้ มาผูกยันต์ทำเป็นเทียนวิมานพระฉิม เพื่อให้เกิดลาภผลสูงสุดแก่ผู้บูชาตามที่ครูอาจารย์โบราณเชื่อกันมาแต่โบราณ โดยชื่อนามของผู้บูชาจะถูกลงไว้ในไส้เทียนบริเวณฐานของวิมาน เปรียบได้กับการบรรจุดวงชะตาฝากไว้ภายในวิมานแห่งพระฉิมพลี

[[ บูชา 1,600 บาท ]]


2. #เทียนพระราหู

พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด

ทำอะไรก็ติดๆขัด ไม่ได้ดั่งใจซักอย่าง

พบเจอแต่ความผิดหวัง เงินขาดมือ ข้าวขาดหม้อ

จิตใจห่อเหี่ยวด้วยสารพัดอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา

ดวงหด อดสมหวัง กำลังเซ็งชีวิต ติดมันไปซะทุกอย่าง

จะทะเลาะกับคนทั้งบาง โรคทรัพย์จางทั้งปี

คนรักดีๆไปไหนหมด จับจดอยู่กับความเศร้า

มีแต่ปัญหารุมเร้า เอ๊าามีแต่เรื่องไม่ดี ชีวีสุดจะย่ำแย่

ใครพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ “เทียนพระราหู” รุ่นนี้ช่วยคุณได้


ในตำราทักษามหาพยากรณ์นั้นกล่าวว่า เมื่อบุคคลใดก็ตามถูกพระราหูเสวยอายุแล้ว ในช่วงเวลานั้นจะเกิดความรุ่มร้อนมีเคราะห์ต่าง ๆ เมื่อพระราหูเสวยอายุจึงควรบูชาพระราหู เพื่อบรรเทาฤทธิ์ของพระราหู หาไม่อาจจะได้รับความเดือดร้อนจนไม่อาจประคองตัวได้


ด้วยว่าพระราหูหนึ่งในเทวดาอัฐเคราะห์จะเสวยอายุทุกคนเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งผู้ที่เชี่ยวชานด้านโหราศาสตร์เชื่อถือกันมาแต่โบราณว่า เวลาท่านเสวยอายุมนุษย์ผู้ใดก็อาจให้โทษแก่บุคคลผู้นั้น ซึ่งการบูชาท่านจะทำให้การให้โทษนั้นมันเพลาลง หรือกลับร้ายเป็นดีได้ จึงมีมติการบูชาพระราหูเกิดขึ้นในช่วงที่ดวงตก, พระราหูเสวยอายุ หรือเกิดปรากฏการณ์คราสจันทร์คราสอาทิตย์ เป็น3กรณีหลักๆ โดยมุ่งหวังว่าท่านจะให้คุณค้ำชูดวงชะตาของบุคคลผู้นั้นแทน


ไส้เทียนลงด้วย ยันต์สุริยะประภา และยันต์จันทรประภา ยันต์ทั้งสองนี้ กล่าวกันว่ามีพระฤาษี 2 ตน อยู่ ณ เขายุคนธร ในยุคโบราณท่านทั้งสองสำเร็จพระเวทย์เจนจบทางธรรม ได้ฌานสมาธิชั้นสูงสุด บรรลุถึงไกวัลย์ภูมิ มีจิตเป็นหนึ่งกับพระเป็นเจ้าแล้วอย่างสมบูรณ์ เป็นมหาโยคีผู้ประเสริฐ ทรงไว้ด้วยเมตตาพรหมวิหาร เมื่อท่านส่องดูด้วยญาณหยั่งรู้จากอำนาจฌานสมาบัติ ว่าในอนาคตกาลภายภาคหน้านั้น โลกจะมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวาย คนจะฆ่ากันตายด้วยราคะ โทสะ โมหะ ข้าวยากหมากแพง คนแล้งน้ำใจ มีคนอธรรมมากกว่าคนมีศีลธรรม ด้วยจิตอันมีเมตตากรุณาของมหาโยคีในอดีตนั้น ท่านจึงคิดทำสิ่งหนึ่งอันเป็นที่พึ่งแก่กุลบุตรกุลธิดาที่จะมาเกิดในยุคต่อไป ซึ่งต้องผู้ที่มีจิตใจเคารพในพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านจึงอนุเคราะห์ด้วยการผูกผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมหายันต์อันประเสริฐผู้ใดบูชาไว้ย่อมไม่มีอดอยากยากจน แต่บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทองข้าวปลาอาหารและพ้นจากภยันอันตรายในกลียุค ยันต์ดังกล่าวเรียกว่ายันต์สุริยะประภาและยันต์จันทรประภาให้ใช้คู่กันถือว่าประเสริฐดีนัก


เป็นเทียนที่มีมานานแต่เก่าก่อนที่ท่านอาจารย์ณัฐธัญ มณีรัตน์ (อ.เจค) ให้ความเชื่อถือ โดยชื่อนามของผู้บูชาจะถูกลงไว้ในไส้เทียนเพื่อเป็นการระบุชี้ชัดเจาะจงในการวิงวอนขอให้พระราหูท่านคุ้มครองดวงชะตาของผู้จุดบูชาเป็นเฉพาะรายบุคคล ซึ่งอานุภาพของเทียนนี้จะช่วยเพิ่มวาสนา ต่อชะตาชีวิตให้แก่ผู้บูชา ทำให้เกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีความเจริญรุ่งเรือง มีสุขในทุกๆด้าน ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย จากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวงได้ อยู่เหนืออิทธิพลของดวงดาวและจักรราศี กันคราสและทอนฤทธิ์ร้ายของพระราหู

[[ บูชา 800 บาท ]]


3. #เทียนพระจุฬามณี

"อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ

นะโม ข้าจะไหว้พระสังฆเจ้า ของพระพุทธองค์

เมื่อข้าดับจิตลง อย่าให้ใหลหลง ขอให้จิตจำนง ตรงทางพระนิพพาน

ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์

ข้าจะไปนมัสการ พระเกษแก้ว พระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นที่ไหว้ ที่สักการ กุศลสัมปันโนติ ฯ"


ท่านอาจารย์ณัฐธัญ มณีรัตน์ (อ.เจค) ได้สร้างเทียนนี้ตามตำรับตำราเดิมของ "หลวงพ่อพริ้ง วัดบางประกอก" หนึ่งในพระเกจิยุคอินโดจีนผู้ทรงพุทธาคมเป็นเลิศ ชื่อของท่านจึงมักปรากฏอยู่ในพิธีพุทธาภิเษกสำคัญๆในยุคนั้นเสมอ


ผู้หนึ่งผู้ใดได้จุดเทียนพระจุฬามณีนี้เสมือนประหนึ่งว่า ได้ขึ้นไปจุดเทียนประทีปสักการะบูชา "พระจุฬามณี" มหาธาตุเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์สถิตบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยตนเองโดยตรง ชาวพุทธศาสนิกชนเชื่อว่าพระจุฬามณีเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาโมลีและพระเขี้ยวแก้วของพระโคตมพุทธเจ้า อันแม้แต่เทพเทวดาในสรวงสวรรค์ทุกชั้นต่างต้องพากันมานมัสการบูชาอยู่เป็นนิจ


อานิสงค์แห่งการจุดเทียนพระจุฬามณีนี้จึงย่อมส่งอานิสงส์ผลบุญกลับมาสู่ผู้น้อมนมัสการ ให้ได้รับความเบิกบานในชีวิต ดวงจิตสว่างไสว เพิ่มขวัญกำลังใจ และมีอายุยืนนานปราศจากโรคภัย ว่ากันว่าแม้แต่เทพเทวดาองค์ใดที่ได้ทำการสักการะพระจุฬามณีแล้วไซร้ ก็ยังได้รับอานิสงส์ในทันตา คือช่วงเวลาเสวยผลบุญบนสวรรค์ย่อมยืดยาวนานออกไป ทั้งยังเป็นพลวปัจจัยให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานในอนาคตกาลอีกประการหนึ่ง จะว่าไปก็คล้ายกับเหตุแห่งบุญที่ทำให้พระอนุรุทธได้รับพรว่า "จะไม่พบกับคำว่าไม่ได้ จะไม่เจอกับคำว่าไม่มี" อันเป็นผลานิสงส์จากการที่พระอนุรุทธเถระได้เคยจุดประทีปถวายพระบรมสารีริกธาตุของ "พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า"

[[ บูชา 300 บาท ]]


#กรุณาอ่านรายละเอียดด้านล่างให้ครบถ้วนก่อนจะเริ่มตั้งคำถามนะคะ

เทียน 1 เล่ม ต่อ 1 คน

ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิด ของตนเองหรือบุคคลอันเป็นที่รัก และจำนวนเทียนที่ต้องการกับทางร้านได้เลยค่ะ ทางร้านจะนำรายชื่อ ส่งไปให้ทางวัดโดยตรง เพื่อดำเนินการพิมพ์รายชื่อไว้ สำหรับเตรียมเข้าพิธีในวันเวลานัดหมาย

ขอรับวันสุดท้ายวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 นี้เท่านั้นนะค่ะ


Lighting Magic Candle Ceremony.(Event:Triple Auspiciousness)

Open luck, Support destiny, Eliminate bad luck, Enhancing good things in life.


In the darkness of life there is always a light to shine on the brilliant way with the virtue power of the Lord Buddha and the magic power of these magic candles.


In ancient times, the masters who had studied and transmitted the textbook of magic candle subjects by writing the magical characters on the candle wick, due to the time when the Lord Buddha passed away, the lighting of the candles is a worshipping way to the Dharma and the Vinaya. Therefore, candle is considered as sacred object for worshipping Lord Buddha and holy things. Subsequently, the magical characters are written in the candle wick to support human’s destiny when life is down or in trouble.


The candle wick that is used to light is called the "Candle Talisman (Yant Tien)". There are many different types and functions to support the worshipper in many ways such as love, finances, fortune, removing bad spells, supporting destiny, or eliminating bad luck according to the candle talisman that the master has put in the candle wick.


All magic candles are made from good quality beeswax. The candle wick is spelled correctly according to the magic textbooks and performed a chanting ceremony to have powerful and magical powers with full of the Lord Buddha’s power.


The light of magic candle will open fortune of prayer to receive a bright like a lamp. When the candle goes out, it is like the end of suffering too. The divine flame will emit the power of those holy Yants on candle become stronger for shining the path to prosperity, create wealthiness, & empower authority as same as the first light of the sunrise. Moreover, it also accelerates the fulfillment of prayers, makes wish come quickly, & the enemies from a former life will not able to chase.


Perform ceremony by:

Monkhood ceremony principle: Kruba Chainarin, The Abbot of Wat Dong Ruesi, Lamphun Province, the close friend of Kruba Ariyachat, Wat Sang Kaew Phothiyan.

Layman ceremony principle: Arjarn Natthan Maneeratana (Arjarn Jake), Maitreyanusorn Home.


Ceremony Date: November 8, 2022 is considered to be a special day of religious and philosophical significance for 3 reasons:

1. It is the full moon day of the 12th month in the traditional Thai lunar calendar. (Loy Krathong Day).

2. There is a ceremony to perform "Thet Mahachat" complete 13 chapters and chanting a thousand spells.

3. Having Total lunar eclipse.

All auspicious candles with names of participants in the ceremony will be taken to participate in the ceremony of performing "Thet Mahachat" complete 13 chapters and chanting a thousand spells which buddhists believe that if anyone has listened 13 chapters of "Thet Mahachat" completely, they will be born in the religion of Maitreya Buddha. Therefore, every name of the participants in this ceremony would be blessed as if attending the ceremony by themselves.


Location: Wat Dong Ruesi, Lamphun Province.


Privilege For Believers: Wat Dong Ruesi will bring a name list of everyone who participated in the "Lighting Magic Candle Ceremony" to reside within Golden Peacock Hall at Wat Dong Ruesi. So that all those names will receive the auspiciousness of the Buddhist mantra throughout the year as well.


There are 3 types of Magic candles that will be lit in this ceremony as follows:

​1. Phra Chim's Celestial Castle Candle.

It is a holy candle that gives good luck and prosperity for the prayer. This candle has many layers of Yantras like the floors of castle, the lower floor has various sacred Yantras such as "Phra Chim's Heart" that will open fortune and bring good luck, "Trinisinghe Heart" that will improve destiny and eliminate bad luck, and also has "Ei Thi Pi So's Heart" to support destiny and dispel evil. These 3 Yantras are enshrined on the last floor as a foundation for building stability in the lives of the worshippers.


The middle floor is "Phra Sivali's Heart" with the image of the Buddha representing Phra Chim, adding magical intensity with Ti Ti Uni's Heart, Dharma Chakra's Heart, and various prosperous Hearts. There is also "Kar Sa Lak's Heart" Ja Pa Ka Sa which is the 4 factors of everlasting prosperity.


As for the top floor, it like as the jewel of the crown with "Absolute Nirvana" means the cause of all suffering has been extinguished because nirvana is considered to be a bliss that is no other happiness will be same. Moreover, this celestial castle is decorated with 5 Buddha flags representing "Na Mo Put Ta Ya (5 Buddhas)" that refers to the five Buddhas.


In conclusion, "Phra Chim's Celestial Castle Candle" is like a Celestial Castle that is the dwelling place of Phra Sivali. Sivali is the Buddhist saint who is superior than others in case of wealth. He was praised by Buddha to be the “Wealthy Buddhist Saint”. During Buddha era, wherever Sivali travelled to, he would never lack of worshipfulness. Even when some monks must travelled to the remote area, Buddha always commanded Sivali to travel with the monk group because all angels, naga, garuda and people would prepare food and accommodation to offer to Sivali.


Arjarn Natthan Maneeratana (Arjarn Jake) has brought these sacred Yantras to combine together for making this candle in order to achieve the highest fortune for the worshipers as the ancient teachers had believed. Specially, the name of the worshiper will be placed in the candle wick at the base of the castle like as deposit the worshipper's destiny within the celestial castle of Phra Chimplee.

[[ Price 1,600 thb. ]]


2. Rahu Candle.

This "Rahu Candle" is very suitable for the person who always face with misfortune, unsuccessful wishes, disappointment, lacking of money, problems and obstacles, bad people, and bad situation because Rahu will improve your fate to be better and bring happiness life come by changing bad thing to be great thing.


In the prophesy scripture said that “Who was eaten by Rahu when zodiac was changed, that person will face with misfortune during that period. Therefore, it is necessary to worship Rahu god. Otherwise, many misfortunes and bad situations will come into life until cannot sustain.”


The candle wick is written with "Suriya Pra Phar" & "Juntara Pra Phar" which has a legend described abpout it that a long long time ago, there are 2 great hermits (Lersi) lived in the Yu Kon Torn mountain named "Suriya Pra Phar Lersi" and "Juntara Pra Phar Lersi". They are expert in Dharma and magic subject. One day they used their mental eyes to see the future. They realized that people in the future will face with trouble, murder, anger and dearth. The amount of bad people on this earth will be more than good people. Therefore, "Suriya Pra Phar Lersi" and "Juntara Pra Phar Lersi" want to help people in the future so, they create the 2 special subjects and Yant called "Suriya Pra Phar" which refers to the power of sunlight & "Juntara Pra Phar" which refers to the power of moonlight. The holy power of these 2 subjects will help the believers to be safe from starvation and danger during the dark age.


It is a holy candle that has been around for a long time that Arjarn Natthan Maneeratana (Arjarn Jake) gave his trust. The name of the worshiper will be put in the candle wick to indicate the specifics in asking Rahu to protect the destiny of the worshipers individually. The power of this candle will increase luck to the destiny of the devotees cause advancement in work, prosperous happy in every way, safe from all dangers, stay beyond the influence of the stars and the zodiac, eliminate negative effect of eclipse and reduce the evil power of Rahu.

[[ Price 800 thb. ]]


3. Phachulamanee Pagoda Candle.

Arjarn Natthan Maneeratana (Arjarn Jake) created this candle according to the original textbook of "LP.Prink Wat Bangpakok", one of the great guru monks before BE.2500 therefore his name always appeared in the important blessing ceremonies of that era.


Whoever lights this candle as if fly up to light a candle to pay homage to "Phachulamanee Pagoda", the holy pagoda located directly in the Daowadung heaven. Buddhists believe that Phachulamanee Pagoda is a pagoda that contains the hair relic and the tooth relic of the Buddha Gotama that even gods and deities in all levels of heaven must come together to worship all the time.


This merit of lighting Phachulamanee Pagoda Candle will send the advantages back to the worshipers to be joyful in life bright soul, boost morale and have a long life without disease. It is said that even any deity who has already paid homage to Phachulamanee Pagoda also received merit suddenly. That is, their life time in heaven will be extended and this merit will be another factor for attaining the path of Nirvana in the future also. In other words, it is similar to the cause of merit that made Phra Anuruddha never experience “Not Have” anymore as a result of lighting lamps to offer the Buddha's relics of "Kassapa Buddha".

[[ Price 300 thb. ]]


Who want to join this ceremony plese give the information below for us:

1. Your Real Name.

2. Your Real Surname.

3. Your Birth Date.

One candle for one person only.

If you want to light for others people such as your family members also can.

PS: All payment must be done for joining this ceremony. Last day to join is 6 November 2022.

60 views17 comments