ระฆังวัชระ Vajra Bell

🛎#ระฆังวัชระ, พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์

ในความเชื่อของศาสนาพุทธตันตระวัชรยาน เชื่อกันว่าการบรรลุธรรมนั้นมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายวิธี และมีสิ่งของบางอย่างที่เป็น "ตัวช่วย" ให้คนสามารถบรรลุธรรมเร็วขึ้นได้ หนึ่งในตัวช่วยสำคัญเหล่านั้นก็คือ "กระดิ่ง" หรือ "ระฆัง"


โดยเฉพาะชาวพุทธในธิเบตเชื่อถือกันมากว่า การใช้กระดิ่งและวัชระจะช่วยให้สามารถบรรลุธรรมได้ และเสียงของกระดิ่งยังช่วยในเรื่องการกำหนดจิตภาวนาอีกด้วย พวกเขามักใช้ตัวช่วยทั้ง2นี้ในประกอบพิธีแบบตันตระ


ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวพุทธวัชรยานที่ผู้ทำพิธีไม่ว่าจะเป็นพระ, แม่ชี, นักบวช, หรือบุคคลทั่วไป จะถือกระดิ่งไว้ในมือซ้าย และถือวัชระไว้ในมือขวาระหว่างการประกอบพิธีกรรมอยู่เสมอ


แม้แต่ "องค์ทะไลลามะ" ประมุขหัวหน้าคณะสงฆ์ในพุทธศาสนานิกายมหายานแบบทิเบตเกลุก ก็ทรงใช้กระดิ่ง(ระฆัง) และวัชระ ในการปฏิบัติสมาธิภาวนาเช่นกัน บางองค์ทรงถือไว้ขณะมรณภาพก็มี


มีผู้รู้กล่าวไว้ว่าปฐมเหตุแห่งการนำระฆังหรือกระดิ่งมาเป็นองค์ประกอบสำหรับการปฏิบัติภาวนานั้น ก็เพื่อจำลองท่วงทำนองมหาคีตาอันไพเราะดั่ง "ทิพยดนตรี" ที่นักปฏิบัติภาวนาขั้นสูงมักได้สดับรับฟังในปรากฏการณ์ทางจิต


นอกจากนี้ พุทธศาสนานิกายสรวาสติวาทตันตระวัชรยาน ยังถือว่าระฆังหรือกระดิ่ง เป็นของคู่นิกายสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง หากมีการสร้างพระพุทธรูป คนในนิกายจะบรรจุ วัตถุมงคลไว้ใต้ฐานพระ อันประกอบไปด้วย เหวัชระ, พระโพธิสัตว์, กระดิ่ง, วัชระ, สังข์, ขัน, เชิงเทียน และประทีปอย่างละ1ชิ้น เพื่อสมโภชการอุบัติขึ้นอย่างสมบูรณ์ของรูปเคารพแห่งองค์พุทธะ


ต้นแบบของ "ระฆังวัชระ" ที่เป็นระฆังขนาดเล็ก เนื้อสำริดเก่า สันนิษฐานว่าน่าจะถูกขุดพบได้ที่บุรีรัมย์ ดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณต่อมาได้ตกทอดไปดินแดนพันเจดีย์ มีพระพม่าใช้เป็นเครื่องประกอบพิธีและภาวนา และจารึกอักขระคาถาภาษาพม่าลงไป ซึ่งต่อมาระฆังสำริดนั้นก็ได้ตกทอดมาถึงพระอาจารย์โอ


หลังจากที่พระอาจารย์โอท่านได้นำระฆังวัชระอันต้นแบบมาใช้ในการประกอบพิธีกรรมอันเป็นมงคลต่างๆ ทั้งยังใช้เป็นตัวช่วยในการปฏิบัติภาวนา ท่านก็รู้สึกชื่นชอบและประทับใจเป็นพิเศษ เพราะใช้แล้วเห็นผลประจักษ์จริงตามที่ชาวพุทธตันตระวัชรยานได้กล่าวบรรยายถึงคุณสมบัติของระฆังไว้


ด้วยเหตุนี้พระอาจารย์โอท่านได้เล็งเห็นแล้วเห็นว่าคงเป็นการดี หากจะสร้างระฆังวัชระนี้ออกมาให้ผู้ที่สนใจได้ใช้ในการฝึกจิตภาวนาเพื่อเจริญโลกุตตรสุข หรือใช้ในทางโลกียะก็มีอุปเท่ห์อันก่อประโยชน์ได้มากมายหลายสถาน


ท่านจึงนำของโบราณอาทิเช่นกระดิ่งโบราณ, วัชระเก่า, พระขรรค์สำริด และของศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่าที่เคยผ่านพิธีกรรมมงคลมากมายมาหล่อหลอมผสมเป็นชนวนมวลสารสำหรับ "ระฆังวัชระ" โดยเฉพาะ


ส่วนปลายของระฆังวัชระเปรียบเสมือนดอกบัว8กลีบซึ่งมีมณีอยู่ภายใน มีนัยยะหมายถึงมหามนตรายอดคำภาวนา "โอม มณี ปัทเม หุม" ที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ ถือเป็นหัวใจพระคาถาแห่งพุทธวัชรยานที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง และยังมีนัยยะหมายถึง "วัชระ" อาวุธของพระโพธิ์สัตว์ อันสื่อถึงการตัดขาดจากกิเลสความลุ่มหลง และยังใช้ตัดอุปสรรคได้อีกด้วย


รอบระฆังวัชระ จารด้วยคาถา "พระธรรมราช" เดินหน้าแบบอุณาโลม (พุทธังสะระณังคัจฉามิ ธัมมังสะระณังคัจฉามิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ ทะทะทะ โรโรโร อะอะอะ สะสะสะ โสโสโส โนโนโน นะโมพุทธายะ) และถอยหลังแบบปฏิโลม (ยะธาพุทโมนะ โนโนโน โสโสโส สะสะสะ อะอะอะ โรโรโร ทะทะทะ มิฉาคัจณังระสะฆังสัง มิฉาคัจณังระสะมังธัม มิฉาคัจณังระสะธังพุท) ถือเป็นพระคาถาที่พระอาจารย์โอให้ความเคารพนับถืออย่างที่สุด เป็นพระคาถาที่ใหญ่กว่าคาถาทั้งปวง มีพุทธคุณครอบจักรวาล


💁‍♀️อุปเท่ห์และวิธีการใช้ "ระฆังวัชระ" โดยสังเขปมีดังนี้:

1. เป็นเครื่องมือที่คอยช่วยเตือนผู้ใช้ให้ "ตรึกในธรรม"อยู่เสมอ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบสวดมนต์ภาวนา เมื่อสวดมนต์ใดๆก็ตาม ให้สั่นระฆังวัชระนี้ไปด้วยเสียงของระฆังจะขับขานให้อานุภาพแห่งมนต์นั้นๆยิ่งทวีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาก ทั้งยังช่วยให้ผู้ภาวนามีสมาธิแน่วแน่ก่อเกิดเป็นอำนาจจิตที่มีพลังไปพร้อมกัน


2. ด้วยอำนาจแห่ง "พระคาถาธรรมราช" ที่ถูกจารึกอยู่บนระฆัง เสียงของระฆังดังไปถึงที่ใดสิ่งชั่วร้าย ภูติผีปีศาจ หรือพลังงานด้านลบ จะถูกกำจัดขับไล่ออกไปจากที่แห่งนั้น สั่นเมื่อไหร่ก็บังเกิดเป็นคลื่นเสียงมงคล ที่จะนำพาความผาสุขร่มเย็นและสิ่งดีๆให้สะท้อนกลับมายังระฆังที่เป็นจุดกำเนิดของเสียงอันไพเราะนี้