สมเด็จสวรรค์ชั้น7 7th Heaven Somdej

Updated: Aug 19

#สมเด็จสวรรค์ชั้น7, พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์

"พระสมเด็จ" คือจักรพรรดิ์พระเครื่อง "ผงอิทธิเจ" เป็นยอดผงเสน่ห์สะท้านตำนาน พระอาจารย์โอท่านจึงนำพระสมเด็จและผงอิทธิเจมาผนวกกันเพื่อจัดสร้าง "สมเด็จสวรรค์ชั้น7" ให้เป็นวัตถุมงคลทางเมตตามหาเสน่ห์ชั้นครู เปี่ยมด้วยพุทธศิลป์อ่อนช้อยงดงาม และแฝงนัยยะไว้อย่างแยบยล


บัลลังก์7ชั้นหมายถึง "สวรรค์ชั้น7" คือความสุขสุดยอดที่อุปไมยได้ว่า เป็นความสุขที่แม้แต่การเสวยกามคุณของเทวดาในสวรรค์ทั้ง6ชั้น (ฉกามาพจร) มารวมกันก็ยังไม่ได้ใกล้เคียง ผสมผสานกับพิมพ์พระแหวกม่าน แหวกทุกปัญหา ขจัดอุปสรรคนานา เกิดใหม่หน้าม่านแห่งความศิวิไล เหมือนดั่งได้แหวกออกมาจากความมืดสู่แสงสว่าง


เป็นพระสมเด็จ "รุ่นพิเศษเฉพาะกิจ" สร้างจากผงอิทธิเจทุกแบบทุกชนิดที่พระอาจารย์โอท่านเขียนสะสมไว้ทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น ผงอิทธิเจน้อย, ผงจุลอิทธิเจ, ผงอิทธิเจขาดตัว, ผงมหาวิเศษอิทธิเจ, ผงอิทธิเจ9ขั้น, ผงอิทธิเจสูตรท่านพระครูใบฎีกาเกลี้ยง, ผงอิทธิเจโอฟ้าผ่า และผงอิทธิเจพิเศษอีกหลายตัวที่ได้จากลบผงอิทธิเจเข้าห้องต่างๆ เป็นผงลบกระดานล้วน100% ท่านใช้ผง1ช้อนต่อ1องค์ โดยไม่ผสมมวลสารใดให้ความเข้มข้นของผงเจือจางลง


มีคำกล่าวในคัมภีร์ว่า “อันอิธะเจนี้ใครเล่าเรียนทำได้ดุจพบพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ใครได้ใช้ยันต์คัมภีร์นี้จักเป็นที่รักที่ยินดี เป็นที่ชื่นชอบเพื่อเจริญใจแก่คนทั้งหลาย ทั้งยังเสริมโชควาสนาบารมีเจริญอำนาจยศถา ยิ่งนัก คุณวิเศษมากมายนักเกินกว่าจะบรรยายได้ครบถ้วน”


เป็นผงที่ว่าด้วยการกำเนิดจากมูลกัจจายนะ แห่งการสนธิมูล เป็นบาลีไวยกรณ์ที่ใช้เล่าเรียนกันในหมู่คณะสงฆ์ยุคโบราณ ซึ่งเป็นการถอดเอาข้ออรรถข้อธรรมและหัวใจในคำภีร์ออกมาได้อย่างวิจิตรพิสดารจนมีอานุภาพในทางเสน่ห์เมตตาอย่างรุนแรง ดึงดูดจิตใจผู้คนสิ่งของหรือแม้แต่สัตว์ ทำให้เกิดความพึงพอใจแก่ผู้ที่พบเห็น เป็นสุดยอด1ใน5ผงวิเศษตลอดกาล เป็นเลิศทางเสน่ห์เมตตามหานิยมดึงจิตดึงใจอย่างแรง


พระอาจารย์โอกล่าวว่า “หากว่าด้วยเสน่ห์แล้วไซร้ ถ้าขาดอิทธิเจไป มันก็ไม่เรียกว่าเสน่ห์ เหมือนดั่งของหวาน ถ้าขาดน้ำตาลจะเรียกของหวานได้ฤา หรือจะอุปมาอุปไมย เอาเกลือมาใส่แล้วให้เรียกว่าของหวาน ใครจะไขขานว่าใช่”

“ผงอิทธิเจ” หรือ "ผงอิธะเจ" คือสุดยอดผงเสน่ห์ที่ขึ้นชื่อลือว่าดีเด่นทางด้านเมตตามหาเสน่ห์ มหานิยมอย่างเอกอุ อย่างวัตถุมงคลของหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ เจ้าของนิยาม “แม้แต่กะหรี่แก่ๆยังหาผัวได้" ก็ล้วนแล้วแต่มี “ผงอิทธิเจ” เป็นมวลสารทั้งนั้น


ถ้าเป็นสมัยก่อน ปริมาณผงอิทธิเจที่นำมาสร้างพระสมเด็จรุ่นนี้1องค์ สามารถนำไปผสมเป็นมวลสารสร้างพระได้มากกว่า 10,000 องค์ แต่สำหรับสมัยนี้ พระอาจารย์โอท่านว่า การจะสร้างวัตุถุมงคลใดๆต้องเข้มข้นและพิเศษยิ่งขึ้นกว่าแต่เก่าก่อนมาก เพื่อให้ของที่ท่านสร้างใช้ได้ผลทันยุคทันสมัยกับคนในยุคนี้ โลกาภิวัฒน์ขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่างตลอดเวลา การสร้างวัตถุมงคลก็จำเป็นต้องถูกพัฒนา ปรับเปลี่ยนให้ทันโลกที่เคลื่อนไปด้วย จะให้อยู่กับที่หรือใช้กรรมวิธีแบบร้อยปีก่อนทุกอย่างก็คงไม่ได้


ถ้าให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก็ยกตัวอย่างเช่นว่า เงิน 400 บาทเมื่อ 70 ปีก่อน ซื้อทองได้ 1 บาท แต่สมัยนี้ 400 บาทได้เพียงข้าว 1 มื้อ เป็นต้น วัตถุมงคลหลายๆรุ่นที่พระอาจารย์โอสร้างจึงมีสัดส่วนของผงลบกระดานหรือมวลสารต่างๆในปริมาณที่เข้มข้นมากกว่าตำราว่าไว้หลายเท่า เพื่อมุ่งหวังให้ผู้บูชาสามารถนำไปใช้ได้ผลจริง ตามเรื่องที่ตนเองปรารถนาอย่างสูงสุด


ด้านหลังจารด้วย "โอ ธิ โส" เป็นอักขระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าเทวดาใส่พานทองมาถวายพระอาจารย์โอ เมื่อครั้งที่ท่านได้ไปเจริญวิปัสสนากรรมฐานในสัปปายะสถานที่จ.ศรีสะเกษ ท่านได้เล่าให้ฟังว่า ในขณะที่ท่านนั่งสมาธิเจริญอานาปานสติอยู่ในกลด ก็ได้บังเกิดนิมิตขึ้นตรงหน้า เป็นภาพของเหล่าเทวดามากมาย พากันนั่งรายล้อมอยู่รอบกลดของพระอาจารย์


โดยในบรรดาเทวดาทั้งหมดนั้น กลับมีเทวดาตนหนึ่งมีรัศมีสว่างไสวเจิดจ้ากว่าทุกตน ได้มายืนปรากฏอยู่ตรงหน้าท่าน พร้อมกับพานทองที่ถือไว้ในมือ ในพานทองใบนั้นไม่ปรากฏสิ่งของใดๆนอกจาก "อักขระ3ตัว" พอพระอาจารย์โอท่านเปล่งเสียงอ่านอักขระทั้ง3ตัวนั้นว่า "โอ ธิ โส" อักขระทั้ง3ก็ค่อยๆลอยออกมาจากพาน ก่อนพุ่งผ่านทะลุกลดเข้ามาสู่ตัวพระอาจารย์ทันที


พระอาจารย์โอท่านนึกเฉลียวใจในขณะนั้นได้ว่า อักขระทั้ง3ตัวนี้ อยู่ในบท "พระคาถามหาเมตตาใหญ่ (เมตตาพรหมวิหาระภาวนา)" อันถือว่าเป็นบทแผ่เมตตาที่ยาวที่สุดในบรรดาบทแผ่เมตตาอื่นๆ เมื่อทราบดังนั้นท่านก็ได้สวดมนต์บทนี้แผ่เมตตาออกไปให้กับเหล่าเทวดาที่อยู่ในบริเวณนั้นโดยทั่วถึงกัน เหล่าเทวดาต่างก็ยกมือประนมหัตถ์บันลือเสียงสาธุการกึกก้องไปทั่วทั้งป่าก่อนจะค่อยๆจางหายไป


เมื่อพระอาจารย์โอท่านมานั่งพิจารณาดูถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เห็นว่า การที่เทวดานำอักขระคาถา "โอ ธิ โส" ใส่พานทองมาถวายนั้น นัยหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเหล่าเทวดาขอให้พระอาจารย์โอท่านแผ่เมตตาไปให้พวกเขาโดยตรง เพราะคาถาท่อนนึงจากพระคาถามหาเมตตาใหญ่ที่ว่า "โอธิโส ผะระณา เมตตา เจโตวิมุต" มีความหมายว่า "การแผ่เมตตาด้วยความรักจากจิตที่เข้าถึงธรรมให้แก่ผู้รับที่ถูกเจาะจงไว้"


และอีกนัยหนึ่งก็อาจจะเป็นการที่เหล่าเทวดา ต้องการมอบคาถา ที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะให้แก่พระอาจารย์โอโดยตรง เหมือนดังเช่นคาถาพิเศษหลายๆตัวที่ครูบาอาจารย์ในโลกวิญญาณนำมาสอนท่าน ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกที่ว่า เมื่อพระอาจารย์ท่านทดลองใช้คาถา "โอ ธิ โส" นี้ดูในการประกอบพิ