สาริกา7ทิวา7ราตรี 7Days7Nights Of Harem.

#ตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อเต็มสูตร(รุ่น:#7ทิวา7ราตรี),

พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์

ราชาของบรรดาตะกรุดสาริกาทั้งมวล "ตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อ" ขึ้นชื่อว่าเป็นวิชาเร้นลับในตำนานที่มีกรรมวิธีการสร้างอันแสนพิสดารและยากยิ่ง มีพลานุภาพโดดเด่นเรื่องโชคลาภ เงินทอง โภคทรัพย์ และเมตตามหาเสน่ห์อย่างเอกอุ ในตำราว่าไว้ว่าใครมีตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อนั้นเป็นผู้ “ฆ่าไม่ตาย” ไปไหนก็ย่อมได้รับความเมตตาจากแรงสิเน่หาของตะกรุด


สำหรับรุ่นนี้ ได้ผ่าน "พิธี7ทิวา7ราตรี" อันเป็นพิธีกรรมขั้นสุดยอดสำหรับการทำตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อเต็มสูตร จึงมีพลานุภาพรุนแรงยากจะบรรยาย ล้นเหลือด้วยกฤษฎาภินิหารเพียบพร้อมสำแดงให้ประจักษ์ คิดดูเอาเถิดว่าอาถรรพ์คุณวิชานี้ยังถึงขนาดทำให้ฆราวาสผู้ร่วมพิธีมีกินมีใช้ไม่ขาด ได้รับการอุปถัมภ์จากผู้มากฐานะยศศักดิ์สูงประดุจ "ราชรถมาเกย" มาแล้วทุกราย


เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมเสน่ห์เมตตาแบบหวังผล เสริมวาสนาบารมีแบบก้าวกระโดด พลิกชีวิตยกชะตาให้เป็นยอดคนเหนือคน แม้เมื่อถึงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความโกลาหล แต่ผู้เป็นเจ้าของตะกรุดนี้จะไม่ติดอยู่ในวังวนแห่งความยุ่งเหยิง คือจะอยู่รอดปลอดภัยสุขสบายกว่าคนอื่นเขา

นอกจากนี้ตะกรุดจะดึงดูดผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่และเหล่าบุคคลชั้นสูงเข้ามาหาสู่ พร้อมโอกาสพิเศษต่างๆนาๆที่คาดไม่ถึง ทั้งยังเป็นมหาเสน่ห์อย่างแรงกล้า เป็นมหาสะกดแบบสิโรราบ แม้ใครจะจิตแข็ง ดวงแกร่ง ก็ไม่อาจรอดพ้นมนต์ขลังของตะกรุดดอกนี้ จะว่าเป็นตะกรุดระดับไฮโซเอาไว้สยบพวกไฮโซอีกทีก็ว่าได้

และเนื่องด้วยการทำตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อสูตรนี้ มีพิธีกรรมบางช่วงบางตอนที่ฆราวาสเท่านั้นถึงกระทำได้ พระอาจารย์โอจึงได้ครอบครูให้ลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่เรียนวิชา “สาริกาป้อนเหยื่อ” กับท่านมาโดยตรง ไปปฏิบัติภารกิจแทน และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขั้นตอนในการทำจึงมีรายละเอียดปลีกย่อยล้ำลึกสมกับเป็นวิชาเร้นลับในตำนาน คือตัวตะกรุดต้องถูกลงอักขระเลขยันต์ในฤกษ์เสพสมเสน่หา ณ 7รโหฐานสถานที่ลับ โดยคู่รักแรกพบถึง7คู่ใน7ทิวาและ7คาบตลอด7ราตรี อาบอุ่น7แดด ชโลมชุ่ม7จันทร์ จนบรรลุล่วงครบ7วาระ ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่เหตุปัจจัยหลายๆอย่างมาบรรจบกันอย่างลงตัว เสมือนครูวิชาท่านรังสรรค์จัดเตรียมให้พร้อมสรรพ เพื่อสืบสานดำรงค์ศาสตร์ไว้ไม่ให้สูญสิ้น

เมื่อลูกศิษย์ท่านนั้นนำแผ่นตะกรุดที่ผ่านพิธีกรรมดังกล่าวมาแล้วคืนแก่พระอาจารย์โอ ท่านจึงนำมาสวดเสกปลุกตัววิชาต่ออีก7จันทร์ 7อังคาร 7พฤหัส และ7เสาร์ จนสิ้นวิชา จรดสุดเขตตำรา เลิศภพจบแดน แล้วจึงนำไปเลี่ยมกับ "น้ำมันอมรินทร์ถอดรูป" เป็นน้ำมันเสน่ห์ชั้นครู สีเขียวมรกตดั่งวรกายพระอินทร์ ชื่อนี้บ่งบอกว่า ผู้ใดมีไว้บูชา จะมีเสน่ห์เมตตา เป็นที่เสน่หาของมวลชน ทั้งยังมากด้วยบารมีและบริวาร ดั่งองค์อินทร์ทรงวิมาน ณ ดาวดึงส์ ความพิเศษของน้ำมันชนิดนี้คือ แม้คนรูปลักษณ์ไม่งาม ก็จะพลันดูงามน่าสนเท่ห์พิศวง อุปไมยว่า ทั่วทั้งไตรภพต่างรู้ดีว่า องค์อินทร์รูปโฉมงดงามเพียงใด แต่เมื่อองค์อินทร์ถอดรูปแล้วไซร้ ก็ยากยิ่งจะหาเทพบุตรใดทรงสง่าเทียมเท่าทัน


พร้อมกับว่านชั้นสูงในตำนานที่ขึ้นชื่อว่าหายากและมีฤทธานุภาพเหนือชั้นกว่าว่านประเภทสามัญหลายขุม อาทิเช่น ดอกตะไคร้, วาสนา, ดอกไผ่, ดอกหญ้าคาตอแหล, และ ไม้ไก่กุก

รุ่นนี้มีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ เพราะเป็นตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อแบบเต็มสูตร สานตำนานครั้งที่ท่านทำเมื่อยังเป็นฆราวาส ยิ่งเป็นเนื้อตะกั่ว9โกศด้วยแล้ว ประสิทธิภาพของวิชานี่ยิ่งเข้มขลังเป็นทวีคูณ ตัวตะกรุดทำจาก "ตะกั่ว9โกศ" อันเป็นมวลสารที่พระอาจารย์โอท่านหวงแหนมาก ถึงขนาดที่ว่า จะเอาทองคำน้ำหนักเท่าตัวมาแลกก็ไม่ยอม เพราะกว่าจะรวบรวบโกศตะกั่วทั้ง9 ที่ตรงตามตำราจริงๆมาได้ครบนั้น ต้องเฟ้นหาตามส่องทั่วปฐพีอยู่ถึง20ปี ครูบาอาจารย์แต่เก่าก่อนท่านยังยกย่องกล่าวขานให้เป็นอภิมหาสุดยอดมวลสารอาถรรพ์อันล้ำค่าและเหนือชั้นยิ่งกว่าทองคำ มีคุณสมบัติทางเวทย์มนตร์เข้มข้นอย่างยวดยิ่งจนยากจะหาสสารใดเทียบเท่า

"ตะกั่วโกศ" ที่ถือเป็นสุดยอดของอาถรรพ์ตามตำราที่หาได้ยากเป็นอย่างมาก จัดอยู่ในหนึ่งในมวลสารระดับตำนาน ที่ถูกกล่าวถึงในสุดยอดคัมภีร์เล่มที่ 6 จากคัมภีร์เทพยุทธทั้ง 6 เล่ม ซึ่งคัมภีร์เล่มที่6เป็นคัมภีร์ที่ถูกยกย่องว่ามีความบริบูรณ์ที่สุด เนื้อหาใจความในคัมภีร์ว่าด้วยเรื่องของๆวิเศษที่เป็นเลิศในโลกสุดจะพรรณา อาทิเช่น พระพิชัยสงคราม, พระฉิมพลี, พระภควัมบดี , พระสีวลี, พระสังกัจจาย, นางกวัก, เขี้ยวเสือ และอื่นๆอีกหลายอย่าง แต่ที่ดูจะโดดเด่นและสะดุดตาต้องใจพระอาจารย์โอเป็นพิเศษก็คือ "ตะกรุดตะกั่วโกศ" ที่เป็นดั่งจักรพรรดิ์ของเครื่องรางทางมหาโชค โภคทรัพย์ อยู่เหนือดวง และเจริญรุ่งเรืองเกินพรหมจะลิขิตให้ได้

"ตะกั่วโกศ" คือ ตะกั่วที่คนสมัยโบราณนำมาใช้ตีขึ้นรูปทำเป็นโกศสำหรับบรรจุอัฐิของผู้วายชนม์ เพื่อประกอบพิธีกรรมภายหลังหรือเพื่อระลึกถึงบุคคลสำคัญที่จากไป ซึ่งโกศที่ทำมาจากตะกั่วนั้น ถือเป็นของที่หาได้ยากมากจริงๆ ส่วนใหญ่โกศประเภทนี้จะถูกหุ้มด้วยทองคำชั้นนอกอีกทีหนึ่ง จึงทำให้เป็นที่สังเกตุเห็นได้ยาก มีส่วนน้อยเท่านั้นที่จะไม่ถูกหุ้มด้วยทองคำ โดยมากโกศตะกั่วจะมีลวดลายสลักเสลาสวยงาม จากช่างฝีมือผู้ชำนาญในแวดวงคนชั้นสูง หากเป็นโกศของบุคคลพิเศษจริงๆ มักจะมีรูปสลัก "เทพพนม" ปรากฏอยู่บนโกศใบนั้นด้วย


ซึ่งตะกั่วที่ช่างฝีมือคัดสรรนำมาทำเป็นโกศตะกั่วนั้น จะต้องเป็นตะกั่วชั้นดีที่ผ่านกรรมวิธีเผาอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อไล่ตะกันและแร่ธาตุอื่นที่ไม่ต้องการออกไป จนได้เนื้อตะกั่วบริสุทธิ์ที่มีวรรณะออกเงิน บางที่ก็เรียกตะกั่วประเภทนี้ว่า "ตะกั่วน้ำนม" หรือ "ตะกั่วสีเงิน" ก็เรียกกัน

"โกศ" ถือเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะยศฐาบรรดาศักดิ์และระดับชนชั้นทางสังคมของเจ้าของอัฐิได้เป็นอย่างดี โดยโกศตะกั่วนั้น จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างปราณีตโดยเฉพาะ สำหรับบรรจุอัฐิของ "บุคคลชั้นสูง" ที่มีฐานะดี เป็นเจ้าคนนายคน มากด้วยบริวาร ในขณะที่โกศของชาวบ้านสามัญชนทั่วไปจะทำมาจากวัสดุจำพวกไม้หรือทองเหลือง เชื่อถือกันว่า "ตะกั่ว" จะเป็นสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ ทำให้ผู้ที่มีลมหายใจยังสามารถสื่อสารกับผู้ที่จากไปได้


นอกจากนี้ "ตะกั่ว" ยังเป็นวัตถุธาตุที่มีฤทธิ์ มีแรงอาถรรพ์ มีพลังวิญญาณกว่าวัตถุสสสารใดจะเทียบเทียม เพราะ "ตะกั่ว" ถือว่าเป็นวัตถุธาตุอันเหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นที่พักอาศัยสำหรับจิตวิญญาณ เพราะ "ตะกั่ว" เป็นธาตุที่ง่ายต่อการแทรกซึมของอานุภาคประจุจิตวิญญาณมาแต่โบราณ โดยเฉพาะเหล่าพ่อมดผู้เรืองเวทย์ และยังถูกใช้ในพิธีกรรมทางเวทย์มนตร์มาแต่โบราณ ตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักใช้คาถาเลยทีเดียว

ความพิเศษของ "โกศตะกั่ว" ดังที่กล่าวมานี้ จึงทำให้พระอาจารย์โอ ตั้งใจเฟ้นหาแทบพลิกแผ่นดินกว่าจะได้มา ใช้เวลาและเพียรรอคอยกว่า 20 ปี จึงพานพบสุดยอดของอาถรรพ์หายากตามตำราเช่นนี้อีกครั้ง แม้ผู้ที่ร่ำเรียนพระเวทย์ชั้นสูงมาจะรู้จักตะกั่วโกศนี้อยู่บ้าง แต่ก็ยากนักที่จะมีใครมีวาสนาได้มวลสารพิเศษแบบนี้มาทำวัตถุมงคล


หากจะกล่าวถึงประสบการณ์ตรงที่พระอาจารย์โอมีกับตะกรุดชนิดนี้ ก็มีเรื่องราวและที่มาที่ไปที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ย้อนไปเมื่อหลาย10ปีก่อน สมัยที่พระอาจารย์โอท่านยังไม่ได้บวช ในตอนนั้นท่านได้เสาะแสวงหาทดลองวิชาต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมาอย่างถึงพริกถึงขิง ตามอุปนิสัยของท่านที่คิดจะทำการสิ่งใดแล้วต้องไปให้สุดทาง ชีวิตมีหนทางของมัน ไปได้ก็ไป ไปไม่ได้ก็ไป ขนาดเพื่อนฝูงของท่านต่างก็ยอมรับและให้ความนับถือในวิชาของท่านจนเรียกท่านว่า "อาจารย์" ตั้งแต่สมัยนั้น


มีอยู่วิชาหนึ่งที่ท่านได้สุดยอดตำรารวมถึงเคล็ดลับทั้งหมดมา นั่นคือวิชา "สาริกาป้อนเหยื่อ" ตามตำรากล่าวไว้ว่าหากจะทำสุดยอดราชาแห่งตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อ ให้นำทองคำมาทำ เมื่อท่านทราบดังนั้นแล้ว จึงนึกได้ว่าตนเองห้อยพระสมเด็จวัดปากน้ำเลี่ยมตลับทองอยู่ ท่านจึงไม่รีรอจัดแจงแกะแผ่นหลังของตลับพระออกมา ก่อนนำไปจารอักขระปลุกเสกตามเคล็ดลับอันวิจิตรพิสดาร จนสำเร็จเป็น ตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อเนื้อทองคำ ที่เรียกได้ว่าเต็มสูตรอย่างแท้จริงและถูกต้องตามตำราว่าไว้ทุกประการ อันถือเป็นตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อปฐมบทดอกแรกที่พระอาจารย์โอจัดสร้างและทำให้พระอาจารย์โอประทับใจในวิชาสาริกาป้อนเหยื่อตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา


เมื่อท่านทำตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อดอกนั้นเสร็จจึงนำไปทดลองใช้ดู โดยการบริกรรมคาถาก่อนคาบอมไว้ในปาก เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าใครก็ตามที่ท่านพูดด้วย จะมีอากัปกริยาแปลกๆ อ่อนโอนคล้อยตามคล้ายกับต้องมนต์สะกด ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะเด็กหรือแก่ จะรวยหรือจน ต่างก็ต้องมีอาการเดียวกัน ในตอนนั้นเรียกได้ว่าพระอาจารย์โอ (สมัยที่ท่านยังไม่ได้บวช) เป็นขุนแผนแสนสะท้านตัวจริง เพราะหญิงใดได้พบพานและสนทนาด้วยต่างยอมพลีกายถวายดวงใจให้โดยไม่รอรี


ท่านเห็นว่าวิชาสาริกาป้อนเหยื่อนี้แรงดีนักหนาจึงทำไว้ให้เพื่อนๆลองใช้ดู ซึ่งแต่ละคนที่นำไปใช้ก็ต่างประทับใจชื่นชอบกันยกใหญ่ พระอาจารย์โอได้เล่าให้ฟังว่า “ในช่วงนั้น ฉันทำตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อมาเรื่อยๆจนถึงวันหนึ่ง รู้สึกว่าประสาทสัมผัสทางกลิ่นของตัวเองนั้นไวผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้คน เพราะจะได้กลิ่นสาปเหม็นจากคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เหม็นขนาดที่ว่าแทบจะออกจากบ้านไม่ได้เลย ฉันจึงย้ายที่อยู่ไปอยู่ในสวนลึก ถึงกระนั้นก็ยังได้กลิ่นสาปคนอยู่ถึงแม้รั้วบ้านจะอยู่ห่างจากที่พำนักอาศัยกว่า 200 เมตร”


เมื่อท่านมานั่งพิจารณาดูแล้วก็ทราบว่าเหตุที่ท่านเหม็นกลิ่นสาปมนุษย์ก็เนื่องด้วยอาถรรพ์วิชาแห่งสาริกาป้อนเหยื่อนั่นเอง เพราะวิชานี้เป็นวิชาชั้นสูง ยิ่งทำมากเท่าไหร่ขันธุ์ธาตุของผู้สร้างจะยิ่งบริสุทธิ์ขึ้น ผู้สร้างตะกรุดจะเข้าถึงพลังเบื้องสูงจากการเสพสมจนก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับเหนือมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น กลายเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทวดา กึ่งเทวดากึ่งคนธรรพ์ หรือกึ่งคนธรรพ์กึ่งเพชรพญาธรไปโดยปริยาย ในตอนนั้นเมื่อท่านทราบถึงสาเหตุที่ท่านเหม็นกลิ่นสาปมนุษย์ จึงเกิดความกลัวว่าจะหลุดจากความเป็นมนุษย์ไป และได้ตัดสินสินใจเลิกทำตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อแบบเต็มสูตรตั้งแต่ตอนนั้น เพราะไม่เช่นนั้นเห็นทีจะอยู่ในโลกมนุษย์ไม่ได้ หลังจากท่านเลิกทำไป ท่านก็เริ่มเหม็นสาปมนุษย์น้อยลงเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปกว่า 2 ปีเต็ม พระอาจารย์โอท่านถึงไม่ได้กลิ่นสาปมนุษย์เหมือนตอนที่ยังทำตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อเต็มสูตรอยู่


หลังจากนั้นเมื่อพระอาจารย์โอได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์แล้ว จึงไม่มีโอกาสได้ทำตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อแบบที่เรียกได้ว่าเต็มสูตรตามตำราจริงๆแบบนั้นได้อีก สำหรับตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อเต็มสูตร (รุ่น:7ทิวา7ราตรี) จึงถือว่าเป็นการต่อยอดตำนาน ที่ท่านได้สร้างตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อ ชนิดที่เข้มขลังอลังการ เฉกเช่นวันวานเมื่อครั้งท่านทำสมัยเป็นฆราวาส


จัดสร้างทั้งหมด 3 แบบ: 1.ดอกครู๑๔พระยันต์ -ลงยันต์แบบพิเศษจัดเต็มชุดใหญ่ถึง14ยอดยันต์ในตำนานที่เป็นความลับ ทำยากและเสกยากมาก เป็นดอกครู ดอกแม่ ที่พระอาจารย์ใช้เป็นประธานในการเสกตะกรุดสาริกาป้อนเหยื่อรุ่นนี้ -จัดสร้าง 1 ดอก


2.ดอกพิเศษสุด -เพิ่มยันต์พิเศษเข้าไป เข้มขลังทวีคูณ ดอกใหญ่ขึ้น แรงยิ่งขึ้นไปอีกระดับ -จัดสร้าง 1 ดอก


3.ดอกสุดพิเศษ -จัดสร้าง 8 ดอก


Ultimate Supreme Salika Takrud (Version:7 Days 7 Nights Of Harem)

by Phra Arjarn O, Phetchabun.

The king of overall Salika Takrud. This subject is very good for luck, money, wealth and super charm. "Salika Poen Yuea Takrud" which means “Salika Feeds Victim”, one of the legendary mysterious subject which has complex and queer producing method. In the magic scripture described about this subject that who has this Takrud wil not be defeated because the charming power will make others surrender softly.


For this version, it already passed the "7 Days 7 Nights" ceremony, which is the ultimate ritual for making the full formula of Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud. Therefore, it has strong power & forceful ability that is difficult to describe. Its overflowing function with the perfect miracle always ready to fulfill the owner. Even the participants who attend the making ritual of this Takurd also got unexpected big luck that changed their lifes forever.


It is the ideal amulet for those who want to enhance personal charm & compassion at peak level with the effective result. This Takrud will reinforce the prosperity & destiny of the owner leap forward, turning the way of life to the top point beyond normal people can have. Even when the world is full of chaos but, the owner of this Takrud will not get stuck in a whirlpool of chaos. Who has this Takrud will always survive, be safe and comfortable than any other person.

In addition, It will attract the noble people & high class persons come with various special opportunity & occasions that are unexpected. It also generates the great charm with the great hypnotizing power that no one can resist. Even if someone has a strong protection power or strong mind, they cannot escape the magic boundary of this Takrud. It can be said that it is a high-level Takrud that can absolutely conquer the nobility and overall upper class people.

Due to some making procedures of Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud must be done by a layman only so, Phra Arjarn O gave the mystical 9 cinerariums lead plates to his disciple who directly studied "Salika Poen Yuea" subject to do some missions it instead of him. And to achieve maximum efficiency of this subject, the making process is subtly detailed as a legendary stealth magic subject. The important process Is that the Takrud must be written with magic letters during the auspicious occasion in 7 secret places by 7 couples of sexual partner in 7 days, 7 periods, 7 nights bathed with 7 sunlights & 7 moonlights until completed 7 times. It is the truly miracle that many factors happened at the right time like as the spiritual teacher who created this subject prepared everything for Phra Arjarn O to do this Takrud.

When the disciple returned those Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takruds that had passed the above ritual back to Phra Arjarn O, he blessed them again for another 7 Mondays, 7 Tuesdays, 7 Thursdays and 7 Saturdays until completely received every mantra, every tricks, every technique of this subject. Furthermore, the oil that was selected to be in the casing with this Takrud is very special too. That oil name is "Emerald Mask Indra Oil", the special high class charming oil. It is emerald green like the body color of Indra. This oil name indicates that whoever has it will be charming & compassionate to be loved by the everyone. Also with great prestige and attendant like the second heaven where Indra dwells. Moreover, the specialty of this oil is that even the owner's appearance is not beautiful, will immediately look beautiful in the other eyes because the whole world knows that how beautiful Indra looks but, when Indra strips the emarald mask off, it is extremely difficult to find any male deity as dignified as Indra for sure.

Along with the legendary flowers that is known for its rarity and power, superior to many common types of flowers consisted of Lemongrass flower, Dracaena fragrans flower, Bamboo flower, Glowing glass flower and Kai kook stick.


This version is truly valuable because it is Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud as powerful as the one he did when he was a layman master. It made of "9 Cinerariums Lead" which is the legendary class material that Phra Arjarn O is very cherished & value more than a ton of gold because before he could gather 9 cinerariums that made of lead which meets the qualification follows the magic scripture, he spent time for searching about 20 years. It is the very powerful substance that magic masters of the older generation have praised it as the great mystical material which is more precious & superior than gold because 9 Cinerariums Lead has magical properties so intense that it is hard to find any equivalent substance.


Moreover, in the magic world, there is a belief that "Lead" is the special substance rather than others substance can have because "Lead" is the best substance for absorbing those spiritual power and it is the convenient substance that has been used for receiving spiritual & magical power since the ancient time by the magician. It is one of neccessary item for using in magical ceremony since human know how to use spell until the present time.


And if talking about the direct experience of Phra Arjarn O with this type of Takrud, there is a very interesting story and origins. Many 10 years ago when Phra Arjarn O was not ordained yet. At that time, he was passionately seeking and experimenting with the magic subjects he had studied according to his character to do anything, he must go all the way. Life has a way of it, even it can be impossible to go, he will go no matter what will be happened. His magical skills is realy effective even his friends accepted & respected him as "Master" from that time.


There is one subject which Phra Arjarn O got the best original authenthic scripture, including all the tips & tricks, that subject is "Salika Poen Yuea (Salika Feeds Victim)". According to the scripture, it said that if anyone want to do the ultimate supreme which is praised to be the King of Salika Poen Yuea Takrud, its material must be gold only. When he already known that point, so he cut out the gold casing of Phra Somdej Wat Paknam that he was hanging on neck to be the material for making Salika Poen Yuea Takrud before writing magic characters on it followed the elaborate secret techniques of this subject until successful to be "The Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud" with the full formula, genuinely & correctly in every procedure. That one is considered to be the first piece of Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud that Phra Arjarn O created & make him impressed with this subject ever since.


When he finished making that Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud, he tested its power & ability by reciting a spell before holding it in the mouth. It is amazing that whoever he spoke with will have strange reaction similar to being spell with super charming power. No matrer a woman or a man, young or old, rich or poor, all have the same reaction. At that time it could be said that Phra Arjarn O. (When he has not yet been ordained) is a real alive Khunpaen because any woman or girl who met & speak with him will always gave up her body and offered her heart without waiting.


He realized that this Salika Poen Yuea subject is very strong, so he made it more for his friends to try. The result is as expected because they were very impressed & amazed with the experieces they got. Phra Arjarn O told that "During that time, I continued to make Ultimate Supreme Salika Poen Yuea until one day I felt that my own sense of smell was abnormally sensitive. Especially, when approaching near people because I will smell foul stench from them. That smell is so bad until sometimes I could not get out of my house. So, I moved to live in new house where located in the deep garden. Even I changed the living place but, I still smell foul stench of people even though the fence of my house is more than 200 meters away from others home.


When he considered about that strange smell issue, he realized that the reason he could feel the stinking smell of human is the result from the mysterious side effect of Salika Poen Yuea subject because it is an advanced magic subject that the more the maker does, the purer the elemental body of maker will has. The maker of this Takrud will reach higher source of power until cross over the line between normal human and beyond human being, become half-human & half-deity. At that time, when he knew of the reason of bad smell, he felt afraid that he would slip away from being human so, he made a decision to stop doing Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud. Otherwise, he could not live in the human world. After he stopped doing it, he could feel the stinking smell of human less and less. Until 2 years later, Phra Arjarn O did not smell disgusting scent of human like when he was still making Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud anymore.


After that, when Phra Arjarn O has entered into the monkhood. There is no chance to make Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud with the full formula again. Luckily, for this Ultimate Supreme Salika Poen Yuea Takrud (Version:7 Days 7 Nights Of Harem). It is considered to be powerful as he had ever done when he was a layman.


There are 3 types made:


Type 1. Utmost Supreme Piece With 14 Yants. -Full power, full option with 14 top secret legendary yants. Very difficult to do & bless. It is the one above all that Phra Arjarn O used to preside over the blessing ceremony. -Made 1 piece.


Type 2. Super Special Piece. -Adding more special yants with doubly magical power. -Made 1 pieces.


Type 3. Special Piece. -Made 8 pieces.





130 views5 comments