แหวนปรอทสุริยันจันทราผสาน Fusion Of Sun & Moon Mercury Ring.

Updated: Aug 19


🌞🌙#แหวนปรอทสุริยันจันทราผสาน, พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์


ศิลปะรูปทรงของ "แหวนปรอทสุริยันจันทราผสาน" ที่ดูคล้ายกับงู2ตัวเลื้อยเกี้ยวกันอยู่นั้น ถือเป็นที่คุ้นตาในหมู่นักเล่นแร่แปรธาตุชาวพม่า เพราะเป็นลักษณะของแหวนปรอทชั้นสูงที่มีตำนานกล่าวกันว่า สย่าผู้เฒ่าแห่งนิกาย "เอ็กกิ๊ยะ" หรือแม้แต่สย่าแดงแห่งนิกาย "วินไกน์" ได้ทำการคัดสรรสุดยอดปรอท2เม็ดมาทำเป็นแหวนสำคัญประจำตัว นั่นจึงทำให้คนในนิกายกว่า2,000นิกายในพม่าล้วนแล้วแต่ปรารถนาใฝ่ฝันอยากได้แหวนปรอทเช่นนี้ไว้ครอบครองแทบทั้งสิ้น เป็นแหวนวิเศษที่มีคุณบัติมากมาย อธิษฐานใช้ได้สารพัดนึก อย่างเช่นว่า ถ้าเป็นระดับอาจารย์ใหญ่ในนิกาย ก็จะใช้แหวนวงนี้เป็นสื่อนำเชื่อมต่อพลังกับองค์คุรุ โดยอาศัยพลังอำนาจสุริยันและจันทราจากปรอททั้ง2เม็ด เพื่อประสิทธิ์พรหรือมอบเต็กธิให้แก่ลูกศิษย์ในสาย เพราะในศาสตร์ชั้นสูงของพม่า จะถือว่าพลังวิเศษใดๆไม่ได้เกิดจากตัวพลังเอง แต่เกิดจากองค์คุรุประทานให้มา ดังนั้นการรับพลังอันยิ่งใหญ่ จึงต้องอาศัยวัตถุสสารที่มีพลังอันใหญ่ยิ่งเช่นกัน ปรอททั้ง2เม็ดที่อยู่บนแหวนคือ:

-เม็ดสีทองคือ #ทองธาตุกิต โชติช่วงชัชวาลดุจพระอาทิตย์

-เม็ดสีเงินคือ #ปรอทจักรพรรดิ์ สว่างใสนวลนางดั่งพระจันทร์ ✨#ทองธาตุกิต#ทองเอ็กกิ๊ยะ 🧙‍♂️ #เล่นแร่แปรธาตุทำทอง 🌏#ศาสตร์อมตะที่ยังมีอยู่จริง "ทองธาตุกิต" เป็นปรอทขั้นที่มีรากฐานของทองคำในตัวสูง ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องมีสีทองเสมอไป คุณสมบัติพิเศษของธาตุกิตคือ เป็นกายสิทธิ์ที่มีอานุภาพนำพาธาตุอื่นๆในสายวิชาเล่นแร่แปรธาตุ รวมไปถึงแร่ธาตุมีค่าต่างๆไม่ว่าจะเป็น เพชร นิล จินดา และ ทองคำ มาสู่ผู้ครอบครองได้ ธาตุกิตจึงเป็นที่ต้องการของนักเล่นแร่แปรธาตุและผู้ปรารถนาความมั่งคั่งทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นธาตุกิตนี้ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกจนกลายเป็น "ธาตุแม่พิมพ์" ที่สามารถใช้เป็นธาตุมาตา(ตัวแม่)ในการแปรธาตุอื่นๆให้กลายเป็นทองคำได้ จึงมีวลีเด็ดที่ว่า "มีธาตุกิตหนึ่งบาท เหมือนมีทองหนึ่งภูเขา" ในทางโลก "ทองคำ" เป็นโลหะล้ำค่าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด เพราะเป็นโลหะมีค่าชนิดเดียวที่มีคุณสมบัติพื้นฐานครบ 4 ประการ คืองดงามมันวาว, คงทน, หายาก และนำกลับไปใช้ได้ ซึ่งทำให้ทองคำโดดเด่นและเป็นที่ต้องการเหนือบรรดาโลหะมีค่าทุกชนิดในโลก ถูกนำมาเป็นเครื่องประดับและใช้แลกเปลี่ยนแทนเงินตรามาตั้งแต่โบราณ ส่วนในทางธรรมนั้น ถือว่าทองคำ เป็น “ธาตุธรรม” เพราะถึงแม้จะโดนเผาไฟหลอมละลายสักกี่ร้อยพันครั้ง ก็ยังกลับมาล้ำค่าสวยงามดังเดิม ต่างจากเพชรที่โดนไฟในอุณหภูมิสูงจะกลายสภาพเป็นคาร์บอนและก๊าซหาได้มีราคาเช่นเคยเป็น ทองคำจึงเป็นโลหะที่มีค่าที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามต้องการและแสวงหามาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย ตำนานของการเปลี่ยนธาตุต่างๆให้เป็นทองคำ จึงมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในที่นี้ขอกล่าวถึงการเล่นแร่แปรธาตุทำทอง ที่มีอยู่จริง เป็นไปได้จริง และซื้อขายได้จริงในประเทศพม่า เรียกว่า "ทองเอ็กกิ๊ยะ" คนพม่าเล่นหาซื้อขายทองเอ็กกิ๊ยะอย่างกว้างขวางด้วยราคาที่แพงกว่าทองปกติทั่วไปมาก คล้ายกับทองบางสะพานที่คนไทยที่ขายกันเป็นหุน บางชนิดมีมูลค่าถึงบาทละสามแสนบาท บางชนิดบาทละล้านก็ยังมี เพราะทองจากการเล่นแร่แปรธาตุนี้ แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติพิเศษ มีความศักดิ์สิทธิ์ และขุมพลังอันยากจะหยั่งถึงในตัวเอง เป็นคุณค่าที่หาไม่ได้จากทองคำทั่วไปหรือแร่ธาตุใดๆในโลก ซึ่งทองที่ได้จากการเล่นแร่แปรธาตุหรือทองเอ็กกิ๊ยะนี้ ยังสามารถแบ่งเป็นประเภทต่างๆได้อีกหลายชนิดเช่น ทองธาตุกิต, ทองธาตุสีหะเตโช, ทองธาตุอุนนะหะเตโช และทองธาตุปาปกะเตโช โดยนักเล่นแร่แปรธาตุที่คิดจะทำทอง ต้องเข้าใจในหลักปาปกะเตโชเสียก่อน ว่าด้วยไฟปฐวี, ไฟอาโป, ไฟวาโย, และไฟเตโช อย่างทะลุปรุโปร่ง ปกติแล้วนักเล่นแร่แปรธาตุทำทองจะไม่ให้ใครเห็นสูตรวิธีทำโดยเด็ดขาด ปิดบังกันอย่างที่สุด ซึ่งพอจะนำส่วนหนึ่งมาอธิบายพอสังเขปได้ดังนี้: ขั้นที่1. ต้องทำให้ "ปรอท" ตายเสียก่อน คำว่าตายในที่นี้คือตายจากสิ่งหนึ่งเพื่อเกิดเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ขั้นที่2. เมื่อปรอทตาย ถูกชำระโทษ ปราศจากมลทินแล้ว จึงนำปรอทไปเสวยธาตุ ขั้นที่3. พอปรอทเสวยธาตุเรียบร้อยแล้ว จึงนำไปเสวยยาต่อ เมื่อทำครบทั้ง3ขั้นตอนแล้ว ก็ต้องผ่านการบวนการแปรธาตุอีกหลายขั้นตอน ตามกรรมวิธีที่เป็นความลับ จนกระทั่งปรอทชนิดนั้นๆ มีคุณสมบัติครบ 4 ข้อคือ 1.ทนกรด คือไม่ทำปฏิกริยากับน้ำกรดเฉกเช่นทองคำ 2.ทนไฟ คือผ่านการเผากี่ครั้งน้ำหนักยังเท่าเดิม 3.ทนปรอท คือไม่ทำปฏิกริยากับปรอทน้ำ 4.จมปรอท คือสามารถจมในปรอทน้ำได้ เมื่อปรอทเม็ดไหน ชนิดไหน มีคุณสมบัติครบ4ข้อดังนี้แล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็นปรอทที่มีรากฐานของทองคำในตัว และพร้อมที่จะถูกพัฒนาต่อไปให้กลายเป็น "ธาตุแม่พิมพ์" สำหรับทองธาตุกิต, ทองธาตุปาปกะเตโช และทองธาตุสีหเตโชชุดนี้ เป็นเสมือนหลักฐานของการการเดินทางอันแสนยาวนาน ท่ามกลางกองไฟและเถ้าถ่าน แห่งการสร้าง "ธาตุแม่พิมพ์" ที่พระอาจารย์โอได้ตัดแบ่งออกมาหลายวาระโอกาส จากปรอทเม็ดหลักที่จะกลายเป็นธาตุแม่พิมพ์ในอนาคตนั่นเอง 👑#ปรอทจักรพรรดิ์ 🔥 พระอาจารย์โอนำปรอทจักรพรรดิ์ไป "เสวยยา" คือยาครุฑ และยาช้าง เครื่องยาปรอทชั้นสูงที่หายากมากและแพงมาก 🔥ความหมายที่คนส่วนใหญ่อนุมานให้กับคำว่า "จักรพรรดิ์" จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของคุณวิเศษแห่งปรอทชนิดนี้ 🔥ไตรภาคีแห่งปรอทกายสิทธิ์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว “ปรอทจักรพรรดิ์” เป็นปรอทกายสิทธิ์ชั้นสูงที่จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของมีคุณพระรัตนตรัยประทับอยู่ประจำตัวประจำใจ ใช้อาราธนาอธิษฐานได้ประดุจดั่งแก้วสารพัดนึก คุณวิเศษของปรอทจักรพรรดินี้มีล้นเหลือคณา ถือว่าเป็นวาสนาสูงสุดของชีวิตคนๆหนึ่งถ้าจักได้มาครอบครอง เป็นมงคลอย่างหาที่สุดมิได้เลย เพราะเป็นการนำสุดยอดแห่งปรอทกายสิทธิ์ทั้ง 3 ชนิดมาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว การจะหลอมรวมปรอททั้ง3ชนิดให้บังเกิดเป็น “ปรอทจักรพรรดิ์” อันหมายถึงพระรัตนตรัย แก้ววิเศษ3ประการ จะต้องประกอบไปด้วยสุดยอดปรอทกายสิทธิ์ทั้ง 3 ชนิดอันได้แก่ 1.ปรอทมหาวิเศษ 2.ปรอทแหม่ต่อ 3.ปรอทยา ซึ่งปรอทแต่ละชนิดนั้นกว่าจะสำเร็จได้ซักเม็ดหนึ่งก็เรียกได้ว่ายากยิ่งแล้ว แต่การจะหลอมรวมปรอททั้ง3ชนิดให้เข้ากันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์นั้นยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่ามากนัก ต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งยวด เพราะหากว่าผู้กระทำไม่ชำนาญจริง เมื่อนำปรอททั้ง3ชนิดมาหลอมรวมกันอาจจะเกิดความเสียหายหรือก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้กระทำได้ อาทิเช่น เตาระเบิดบ้าง, เบ้าแตกบ้าง หรือปรอทหนีบ้าง ดังนั้นแล้วการจะเผาปรอททั้ง3ช