top of page

พ่อปู่องค์ดำแสนศิริจันทรานาคราช (อัลปาก้า) The Black Naga Guru (Alpaca)

 

🐍♠️ #พ่อปู่องค์ดำแสนศิริจันทรานาคราช, อาจารย์อินทร์แก้ว, สำนักดงพญาธรรม

สำหรับประวัติความเป็นมาของ "พ่อปู่องค์ดำแสนศิริจันทรานาคราช" ต้องย้อนไปสมัยที่อาจารย์อินทร์แก้วท่านอายุได้ประมาณ 19 ขวบปี ท่านเล่าว่าตอนนั้นพื้นที่บริเวณสำนักดงพญาธรรมในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใด คงเป็นป่าดงพงไพรอยู่ คุณปู่กับคุณย่าของท่านจึงได้สรางกระท่อมหลังเล็กๆไว้ให้อาจารย์อินทร์แก้วได้มานั่งปฏิบัติภาวนาตามเจตจำนงค์อย่างผู้ใฝ่ศีลใฝ่ธรรมพึงกระทำ

 

เมื่อสร้างกระท่อมเสร็จ อาจารย์อินทร์แก้วก็ได้ตั้งสัจจะอธิษฐาน ณ ที่กระท่อมแห่งนั้นว่า ท่านจะตั้งใจปฏิบัติภาวนาจำศีล เดินจงกรม กินข้าวหนึ่งมื้อ และปิดวาจา เป็นเวลา 15 วันติดต่อกัน อาจารย์อินทร์แก้วท่านเล่าว่า พอประมาณวันที่ 7 วันที่ 8 ในขณะที่ท่านกำลังนั่งสมาธิอยู่ ได้เกิดนิมิตขึ้นในดวงจิตของท่านในนิมิตนั้นท่านเห็นว่า รูเล็กๆบนพื้นดินเบื้องหน้ากระท่อมที่ท่านนั่งอยู่ ได้กลายเป็นสระน้ำทรงสี่เหลี่ยมปรากฏขึ้นมา มีบันไดให้เดินลงไป และข้างๆสระน้ำได้ปรากฏร่างของชายร่างใหญ่กายสีดำ แต่ท่านเห็นหน้าตาไม่ชัดเจน กล่าวกับอาจารย์อินทร์แก้วว่า จะพาท่านจะพาลงไปดูเมืองบาดาล อาจารย์อินทร์แก้วก็ตอบตกลงและเดินลงสระน้ำไปกับชายท่านนั้น อาจารย์อินทร์แก้วเล่าว่า พอท่านเดินลงไปก็เหมือนได้เห็นเมืองอีกเมือง มีลักษณะคล้ายทุ่งนา มีคลองน้ำใสทอดยาวสุดลูกหูลูกตา สองฝั่งคูน้ำมีปราสาทโบราณและสิ่งปลูกสร้างที่มีความวิจิตรตระการแปลกตาจากเมืองมนุษย์เต็มไปหมด ท่านได้เดินตามชายท่านนั้นไปนานแค่ไหนไม่ทราบได้ จนมารู้ตัวอีกทีก็คือตอนออกจากสมาธิ

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ชายร่างใหญ่กายสีดำก็มาหาอาจารย์อินทร์แก้วในนิมิตอีก ซึ่งครั้งนี้เขาได้บอกอาจารย์อินทร์แก้วว่า ให้ขุดสระตรงที่เขาพาเดินลงไปชมเมืองบาดาล ถ้าอาจารย์อินทร์แก้วทำให้เขาได้เขาจะช่วยอาจารย์อินทร์แก้วสร้างสถานที่ตรงนี้ให้เจริญรุ่งเรือง และค้ำชูให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชนที่จะได้ใช้ประโยชน์สืบไปในภาคภาคหน้า พออาจารย์อินทร์แก้วได้ยินดังนั้น ท่านก็ได้รับฟัง แต่ยังไม่ได้ตอบรับ เพราะคิดในใจอยู่ว่าท่านจะไปหาเงินจากไหนมาสร้าง เนื่องด้วยตอนนั้นท่านมีอายุแค่ 19 ปี แล้วนิมิตนั้นก็ได้หายไป

 

ในช่วงนั้นอาจารย์อินทร์แก้วยังคงศึกษาเล่าเรียนอยู่ในมหาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดโคราช ปรากฏว่ามีแม่บ้านมหาลัยที่สนิทกับท่าน ได้มาเล่าให้ท่านฟังว่า ในคืนนึงเธอฝันว่ามีชายตัวใหญ่ร่างดำเดินขึ้นมาจากสระน้ำ มาบอกเลขเธอในฝัน พอเธอนำเลขที่ได้มาไปเสี่ยงโชค ก็ได้โชคได้ลาภมาจริง พออาจารย์อินทร์แก้วได้ฟังถึงรายละเอียดของความฝันที่แม่บ้านได้ประสบพบเจอมา ท่านก็ทราบทันทีว่าผู้ชายที่ไปเข้าฝันแม่บ้าน คงจะไม่ใช่ใครนอกจากชายตัวใหญ่ร่างดำคนเดียวกันกับที่ท่านได้พบเจอในนิมิต ท่านจึงได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดที่ท่านได้สัมผัสมาให้แม่บ้านฟังเหมือนกัน

 

เรื่องนี้ได้แพร่กระจายไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นแม่บ้านในมหาลัยและอีกหลายๆคนก็ได้โชคได้ลาภจากการอธิษฐานขอกับชายตัวใหญ่ร่างดำผู้นั้น บางคนถูกหวยรวยเบอร์ติดกันเป็น 10 งวด จนวันหนึ่งบรรดาผู้คนที่เชื่อว่าพวกเขาได้โชคได้ลาภมาจากความช่วยเหลือของผู้ชายที่เดินขึ้นมาจากสระน้ำ ก็ได้รวบรวมเงินนำมาให้อาจารย์อินทร์แก้วเป็นจำนวนเกือบ 50,000 บาท เพื่อให้อาจารย์อินทร์แก้วนำเงินไปขุดบ่อสร้างสระตามความต้องการของชายตัวใหญ่ร่างดำที่เคยมาบอกอาจารย์อินทร์แก้วในนิมิต

 

พออาจารย์อินทร์แก้วได้ขุดสระขึ้นตามความประสงค์ของชายตัวใหญ่ร่างดำผู้นั้นแล้ว เรื่องอัศจรรย์ต่างๆก็ได้เกิดขึ้นมากมาย อะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็เริ่มเป็นไปได้หมด จนกระทั่งท่านสามารถสร้างสำนักดงพญาธรรมเสร็จในขณะที่ท่านอายุเพียง 20 ปีต้นๆเท่านั้น ท่านจึงเชื่อว่าเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ย่อมเกิดขึ้นได้จากความช่วยเหลือของชายตัวใหญ่ร่างดำที่ได้ทำตามสัญญาอย่างที่เคยบอกกับท่านไว้อย่างแน่นอน

 

ซึ่งหลายต่อหลายคน ทั้งพราหมณ์, สหายธรรม และลูกศิษย์ลูกหาที่เคยมานอนพักอาศัยที่สำนักดงพญาธรรมของอาจารย์อินทร์แก้ว ก็มักเล่าถึงความฝันที่มีรายละเอียดตรงกันว่า พวกเขาได้ฝันเห็นงูสีดำประกายทอง ตัวใหญ่เท่าต้นตาล เลื้อยไปมารอบๆสระน้ำที่อาจารย์อินทร์แก้วสร้างไว้ บ้างก็ฝันเห็นคณะผู้คนใส่ชุดขาว ที่แต่งตัวแปลกตา เดินเรียงเป็นแถวขึ้นมาจากสระน้ำนั้น บ้างก็ฝันเห็นปราสาทโบราณคล้ายกับปราสาทขอม ที่มีสัตว์แปลกๆอาศัยอยู่โดยรอบ เช่นเสือที่บินได้ หรือช้างที่มีปีกเป็นต้น

 

เรื่องราวทั้งหมดที่เล่ามานี้ อาจารย์อินทร์แก้วท่านได้นำเรียนสอบถามท่าน "ปู่ฤาษีโสฬส ครูใหญ่วิชาอาคมแดนอีสาน" ว่าแท้จริงแล้วชายตัวใหญ่ร่างดำผู้นั้นเป็นใครกันแน่ ท่านปู่ฤาษีโสฬสก็ได้บอกอาจารย์อินทร์แก้วว่า สถานที่ตรงนี้เคยเป็นเมืองบังบดเก่า มีภพภูมิต่างๆทับซ้อนเป็นมิติๆอยู่เยอะมาก ซึ่งชายตัวใหญ่ร่างดำที่อาจารย์อินทร์แก้วได้พบเจอมานั้น คงเป็นพญานาคตระกูลหนึ่ง มีผิวกายเป็นสีดำนิลกาฬ ที่ต้องการมาช่วยอาจารย์อินทร์แก้วสร้างสำนักดงพญาธรรม สร้างสถานที่ๆจะก่อคุณประโยชน์ให้แก่พุทธศาสนิกชน ตั้งแต่นั้นมาอาจารย์อินทร์แก้วจึงถวายนามเรียกชายตัวใหญ่ร่างดำผู้นั้นว่า "พ่อปู่องค์ดำแสนศิริจันทรานาคราช" หรือปู่องค์ดำ ผู้เป็นใหญ่แห่งเมืองบาดาล ผู้คอยเฝ้าดูแลทรัพย์สมบัติแห่งเมืองบังบด พญานาคสีดำประกายทองที่มีลำตัวใหญ่ที่สุดในเหล่าพญานาค ผู้กำราบคนชั่ว เมตตาคนมีศีลธรรม และคอยช่วยเหลือปกปักรักษาคนดี

 

อาจารย์อินทร์แก้วจึงได้จัดสร้างวัตถุมงคลอันสื่อถึงปู่องค์ดำขึ้นมาเพื่อระลึกถึงพระคุณที่ปู่องค์ดำได้ช่วยท่านสร้างสำนักจนเสร็จ และเพื่อเผยแผ่บารมีของปู่องค์ดำให้เป็นที่เกริกก้องเกรียงไกรไปถึง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน 14 บาดาล โดยท่านได้ปั้นหุ่นขึ้นตามนิมิตที่ปู่องค์ดำท่านมาปรากฏให้เห็นหลังจากที่อาจารย์อินทร์แก้วได้ขุดบ่อก่อสระตามความประสงค์ของปู่องค์ดำเสร็จสมบูรณ์ กล่าวคือท่านไม่ได้มาปรากฏในรูปลักษณ์ของชายร่างใหญ่กายดำเหมือนช่วงแรก แต่รูปลักษณ์ที่ปู่องค์ดำได้มาปรากฏให้อาจารย์อินทร์แก้วเห็นในนิมิตหรือในสมาธิช่วงหลังมานั้น ท่านจะมาปรากฏในร่างของชายสูงอายุมีหนวดเครายาว สวมผ้าโพกหัวอย่างที่ชาวพราหมณ์ฮินดูนิยมสวมใส่กัน และข้างกายท่านมีงูสีดำเป็นบริวารอารักขา ซึ่งตั้งแต่ท่านมีดำริจัดสร้างปู่องค์ดำรุ่นนี้ขึ้น ก็ได้บังเกิดเหตุอัศจรรย์ตั้งแต่วันที่ท่านปั้นหุ่นเทียนองค์ท่านเสร็จทันทีกล่าวคือท้องฟ้าเบื้องบนสำนักท่าน ได้ปรากฏก้อนเมฆที่มีลักษณะคล้ายพญานาคแผ่พังพาน ถือเป็นนิมิตมงคลว่าปู่องค์ดำท่านได้รับรู้รับทราบถึงการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้

พ่อปู่องค์ดำแสนศิริจันทรานาคราช (อัลปาก้า) The Black Naga Guru (Alpaca)

฿1,390.00Price
  • หลังจากนั้นอาจารย์อินทร์แก้วจึงได้นำชนวนมวลสารโลหะและแผ่นยันต์อันมีฤทธิ์มาหล่อหลอมขึ้นเป็นรูปหล่อแทนปู่องค์ดำ แล้วอุดผงมวลสารมงคลต่างๆไว้ใต้ฐาน อาทิเช่น:

     - ดิน 7จอมปลวก, ดิน7ทุ่ง, ดิน7ท่าน้ำ, ดิน7สระ, ดิน7โป่ง, ดิน7ใจกลางเมือง

    - ผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์สำคัญ(หัวเชื้อ) ของปู่ฤาษีโสฬสที่ท่านใช้ทำเครื่องราง

    - ผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์กว่า1,000ชนิด จากอาจารย์ฤาษีเสกสรรค์ทายาทธรรมองค์หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ

    - ผงไม้นางตะเคียนทอง (ตอนได้มาเคยไปปรากฏให้คนเห็น ไปให้หวยอยู่บ่อยครั้ง)

    - ว่านนะหน้าทอง ทำมาจากว่านนะหน้าทอง แบบปลูกตามตำรา เลี้ยงด้วยวิชา เป็นที่สุดของด้านเสน่ห์เมตตา (ปลูกเลี้ยงตามวิชาจากอ.ป๊อป)

    - ผงมุนีจินดา (ผงครูเสน่ห์เรียกลาภ) เป็นผงแป้งที่อาจารย์อินทร์แก้วเคยสร้างออกให้บูชา จึงได้แบ่งเก็บไว้จำนวนนึงเห็นผลประจักษ์และมีประสบการณ์จากคนที่นำไปใช้ส่วนมากจะดีทางค้าขายมาก ตามมาด้วยคนเมตตาเป็นที่สุด จึงได้นำมาผสมเข้า เพื่อให้ผู้ที่ถือบูชาเกิดเป็นเมตตาแก่ผู้พบเห็น

    - แร่เหล็กไหล13ชนิด, ว่านดอกทอง, ว่านเสน่ห์จันทร์7ชนิด, ว่านกาหลง, ดอกเครือเขาหลง, ว่านไก่แดง, ว่านไก่เขียว, ว่านพญาเทครัว, ว่านแสนนางล้อม, ว่านแสนพันล้อม, ว่านยานางผมหอม, ดอกมะเขือบ้า, ใบชุมแสง, ใบแจ้ง, ใบราชพฤกษ์, ใบชัยพฤกษ์, ใบขนุน, ใบพยุง, ดอกรักซ้อน, ดอกลำโพง, ดอกหมาหลง, และดอกไก่แดง เป็นต้น

     

    แล้วจึงจารมหาอักขระ 4 ตัวไว้ใต้ฐานด้วยพระคาถาอัญเชิญพญานาค "นา คา มา มะ" นอกจากนี้อาจารย์อินทร์แก้วยังได้นำ "นิลดำ" ซึ่งเป็นอัญมณีที่สื่อถึงปู่องค์ดำโดยตรง เพราะมีสีสันเฉกเช่นเกล็ดแก้วนิลกาฬขององค์ท่าน มาประดับไว้ที่บริเวณท้อง และเมื่ออ้างอิงตามความเชื่อในศาสตร์ของอัญมณี ผู้คนได้เชื่อถือกันมานานว่านิลดำนี้ เป็นหินที่มีมนต์เสน่ห์ลึกลับชวนให้น่าค้นหา สามารถเสริมอำนาจวาสนาบารมีให้แก่เจ้าของ และปกป้องคุ้มครองผู้ครอบครองจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆได้ ทั้งยังปัดเป่าสะท้อนพลังงานลบทั้งหลายไม่ให้มากล้ำกรายด้วยลักษณะทายกายภาพของนิลที่สะท้อนแสงได้ดี

     

    โดยในพิธีปลุกเสกอาจารย์อินทร์แก้วได้บอกกล่าวอัญเชิญปู่องค์ดำท่านให้มาอธิษฐานประสิทธิ์ประสาทความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ให้ด้วยตัวท่านเอง ผู้บูชาสามารถอธิษฐานขอพรในเรื่องต่างๆที่ไม่ผิดศีลละเมิดธรรม ตามที่ตนปรารถได้ทุกประการ จากประสบการณ์ที่ลูกศิษย์และผู้ศรัทธาได้นำไปบูชา จะเด่นมากในเรื่องโชคลาภโภคทรัพย์ และปกป้องคุ้มครอง ยิ่งคนที่เป็นลูกหลานพญานาค มีความเคารพเชื่อมั่นศรัทธาในพุทธศาสนา ขออะไรจากปู่องค์ดำก็มักสำเร็จสมหวังอัศจรรย์ใจ

     

bottom of page